ค้นหา

ที่นี่มีผี..รวมเรื่องลึกลับสยองขวัญสั่นประสาทตาเหลือกตากลับ
บางทีก็น่ากลัวบางทีก็ไม่น่ากลัวรวมๆกันไป
ที่นี่เปิด รับทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีๆวิญญาณ
ท่านใดชอบเรื่องผีหรือมีคลิปผีถ่ายติดวิญญาณ.. น่าสนใจ..
ติดต่อส่งตั้งกระทู้มาที่ ghost-in-manman ด้านข้างครับ
แนะนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเชิญได้ครับ
ดูเว็บ ghost-in-manman แล้วหาความรู้เพิ่มเติม..ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ครับ
สุดท้ายขอขอบคุณเพื่อนๆที่ให้ความสนใจและ ให้ข้อมูลเรื่องน่ากลัวๆเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณ มาทางเราจะนำมาลงให้อ่านกันในครั้งต่อไปนะครับ.....
อย่าลืมดูเว็บ ghost-in-manman

chat love manman1

chat love manman 2

chat love manman 3

chat love manman 4

chat love manman 5

chat love manman6

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพผีสิง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพผีสิง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ภาพผีสิง


โจ้ เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากภาพถ่าย

คุณคงเคยได้ยินเรื่องภาพถ่ายติดวิญญาณมามากแล้ว ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจและชอบดูรูปภาพประเภทนี้ มันน่าทึ่ง น่ากลัวและน่าสยดสยองจริงๆ วันหนึ่งผมก็ได้ประสบพบเจอมันเข้ากับตัวเองมันยิ่งกว่าสยองอีกครับ เพราะผีในภาพมันตามผมกลับมาบ้านด้วย!

เรื่องนี้เริ่มต้นในวันที่ผมไปเที่ยวน้ำตกที่นครนายกกับเพื่อนๆ ผมเองเป็นต้นคิดและนัดแนะกับเพื่อนฝูงอีกเกือบสิบคนไปเที่ยว....พวกเราเรียนจบมัธยมปลายที่โรงเรียนเดียวกัน... สนิทกันมาก...มากจนไม่ต้องรอให้ถึงวันคืนสู่เหย้า เราก็นัดพบกันได้เป็นฝูง

พวกเราทั้งหญิงและชายออกเดินทางกันตั้งแต่เช้ามืด เพราะกะว่าจะไปเช้า-เย็นกลับ...วันนั้นผมขับรถตู้ไปเองด้วย ผมมีรถตู้ครับ บริการเพื่อนๆ จนถึงบ้านทุกคน นับว่าสะดวกสบายดีมากๆ พวกผู้หญิงทำอาหารปิกนิกเพียบพร้อม น้ำจืด น้ำหวาน น้ำขมมีครบ

ที่น้ำตกนั้นคนน้อย เพราะไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ เราจึงสำเริงสำราญกันเต็มที่...พวกเราถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ทั้งถ่ายจากมือถือและทั้งกล้องดิจิตอล ผมเพิ่งซื้อกล้องใหม่มาอันหนึ่ง ราคาหมื่นกว่าๆ กำลังเห่อครับ ยามบ่าย อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่เราเล่นน้ำกันจนค่อนข้างหนาว และเราก็นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ครึ้ม ลมแรง แดดสวยใสเชียว

ช่วงหนึ่งที่เพื่อนๆ เริ่มเหนื่อย พักความโลดโผนโจนทะยานกันชั่วครู่ บางคนนอนผึ่งพุงจนเคลิ้มหลับ พวกผู้หญิงเริ่มจับกลุ่มคุยกันอย่างลืมโลก ผมปลีกตัวลัดเลาะไปตามแนวหินและร่มไม้ พร้อมกับหันกล้องถ่ายรูปตัวเองบ้าง ถ่ายวิวสวยๆ บ้าง

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมยืนพิงก้อนหินใหญ่ ด้านหลังเป็นกอไผ่ใบสวย เห็นน้ำตกอยู่ข้างๆ แอ่งน้ำตรงนั้นลึกแค่เข่า น้ำเย็นเฉียบ ผมหันกล้องเข้าหาตัวเองและกดชัตเตอร์ เสร็จแล้วก็กดดูภาพที่เพิ่งถ่ายเสร็จนี้ อือม์...ไม่หล่อแฮะ ลบดีกว่า! แต่เดี๋ยวก่อน...นั่นอะไรน่ะ?

ในภาพนั้น เห็นใบหน้าผมกำลังเก๊กหล่อ แต่มันดูขมึงทึงไปหน่อย นั่นไม่สำคัญ...ด้านหลังผมต่างหากที่น่าสนใจ! เยื้องไหล่ซ้ายของผม ลึกเข้าไปในดงไม้ มีใบหน้าของผู้หญิงผมยาวปรากฏขึ้น!


ผมหันขวับไปมองตรงจุดนั้น แต่ไม่เห็นใครเลย ที่ตรงนั้นว่างเปล่า ผมกลับมาจ้องดูในภาพ... มันมีอะไรบางอย่างที่บอกว่าผู้หญิงที่ปรากฏไม่ใช่คน! ลักษณะเธอเหมือนภาพโปรโมตหนังผีไม่มีผิด ผมยาวยุ่งเหยิง หน้าดำมอมแมมด้วยคราบเลอะเทอะ ซึ่งผมแน่ใจว่ามันคือเลือด! ดวงตาไร้แววของเธอเบิ่งค้าง ปากอ้าคล้ายกำลังคราง

มีแววของความเจ็บปวด หวาดกลัวสุดขีดและความตาย...ยิ่งดูยิ่งชัด!

ผมเผ่นไปให้เพื่อนๆ ดู พวกมันสติแตกกันกระจาย ไอ้ที่เมาก็หายเมา ที่ง่วงเหงาก็ตื่นโพลง พวกผู้หญิงลืมไปแล้วว่ากำลังปรึกษาปัญหาหัวใจกันอยู่ มันทำให้เราฮือฮามาก ถามหาที่มาที่ไปของผู้หญิงในรูปกันให้ควั่ก

ในที่สุดก็รู้จากแม่ค้าแถวๆ ปากทางว่า เมื่อไม่กี่เดือนมานี้มีผู้หญิงมาโดดน้ำตกตาย ท่าทางเป็นชาวบ้าน แต่มาจากไหนไม่รู้ จนป่านนี้ก็ยังหาญาติไม่พบ เธอมาตายคนเดียว เจ้าหน้าที่ห่อศพที่ยับเยินของเธอไป...

ผมกลับบ้านด้วยอาการขวัญหนีดีฝ่อ...เอาละซิ! เจอเข้ากับตัวเองแล้วทีนี้ เป็นไงล่ะ ผมไม่ได้ลบรูปนั้นทิ้ง แต่เอามาให้พ่อแม่และญาติพี่น้องดู เป็นที่ตื่นเต้นฮือฮากันไปทั่ว กล้องตัวนั้นผมเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าด้านปลายเตียง มันสงบนิ่งอยู่ในนั้นอย่างน่าพรั่นพรึง...เพราะมีรูปผมกับผีติดอยู่!

คืนหนึ่ง ผมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ออกมาจากตู้เสื้อผ้า ทีแรกก็คิดว่าฝันไป แต่มันชัดมากเหมือนเธอนั่งคร่ำครวญอยู่ในตู้นั้นจริงๆ ผมผวาเลยครับ...รีบเปิดไฟแต่ไม่กล้าเปิดตู้

ในที่สุด ผมอัดรูปนั้นเก็บไว้ และลบภาพในกล้องทิ้ง หวังว่าอาถรรพณ์ของมันจะหมดไป แต่ผมคิดผิดครับ...เสียงร้องไห้คร่ำครวญยังคงมีอยู่ จนผมเอากล้องไปเก็บไว้ที่อื่น

คราวนี้เธอไม่ได้อยู่แค่ในตู้เสื้อผ้า แต่เพ่นพ่านไปทั่วบ้าน คนใช้ผมซึ่งตื่นแต่เช้ามืดยังเห็นผู้หญิงผมยาวแต่งชุดแบบชาวบ้านเดินช้าๆ อยู่ที่นั่นที่นี่...ผมกลัวจริงๆ ถึงใส่บาตรทำบุญไปให้ เธอก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เสมอ

เมื่อหมดปัญญาแล้ว ผมก็เริ่มพูดกับเธออย่างจริงจัง...พูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดว่าตามผมมาทำไม? ที่นี่เป็นบ้านของผม อย่ามารบ กวนดีกว่า กลับไปซะ ผมสงสารแม่และหลานๆ ที่ต้องกลัวผี ใครก็ไม่รู้ที่ผมพาเข้าบ้านโดยไม่รู้ตัว ไม่น่าเชื่อว่าด้วยวิธีง่ายๆ แค่นี้เอง เรื่องสยองเรื่องนี้ก็ยุติลง ผมไม่รู้สึกว่ามีผีแปลกหน้าอยู่ในบ้านอีกเลยนับแต่นั้น

แม่บอกว่าเป็นเพราะจิตของผมที่โกรธจนไม่กลัว และบอกผีอย่างจริงจังให้ไปซะ! เวลาคุณเจอปัญหาแบบนี้ คุณลองใช้วิธีผมก็ได้ครับ ข้อสำคัญต้องจิตแข็ง...ได้ผลจริงๆ ครับ!

ข้อมูลจาก ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ภาพผีสิง


ภาพผีสิง

"อ้อน" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากภาพถ่าย

"พี่แอน" พี่สาวของหนูชอบเรื่องผีมากค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพถ่ายที่ติดวิญญาณทั้งหลายแหล่ เธอจะโหลดเก็บไว้ในคอมพ์ของเธอเป็นสิบๆ ภาพเลย หนูว่ามันน่ากลัวมาก ที่ร้ายที่สุดคือหนูนอนห้องเดียวกับเธอด้วยสิคะ

ตอนดึกๆ พี่แอนมักจะปิดไฟแล้วชวนหนูดูรูปผีเหล่านี้ หนูไม่ยอมดูหรอก แต่บางทีอดไม่ได้...พอดูแล้วก็กลัว นอนไม่หลับเลย

ความชอบภาพถ่ายติดวิญญาณของพี่แอนนี้ ถ้าเป็นเพียงแค่นั้นก็ไม่เป็นไรหรอก...แต่นี่เธอหลงใหลซะจนเกิดเรื่อง เพราะไม่หยุดเพียงแค่ชอบดูรูปของคนอื่น...เธอเป็นเอามากถึงขนาดจะผลิตภาพติดผีขึ้นมาซะเอง!

พี่แอนเรียนอยู่ ม.4 และเก่งมากเรื่องคอมพิวเตอร์ วันหนึ่ง หนูเห็นเธอยกกล้องดิจิตอลของเธอถ่ายไปที่หน้าต่างห้องนอน...ตอนนั้นเป็นเวลาราวหกโมงกว่าๆ ตะวันชิงพลบพอดี หนูอาบน้ำเสร็จออกมาเห็นเธอกำลังถ่ายรูปไปรอบๆ ห้องนอนอย่างนั้น ก็เลยถามว่าจะทำอะไร? พี่แอนบอกว่าจะทำงาน หนูก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก...แต่ลงมากินข้าวแล้วนั่งดูทีวีกับพ่อแม่ พี่แอนไม่ลงมาเลย...ดูท่าเธอจะง่วนอยู่กับงานที่เธอทำ

สามทุ่มกว่าๆ หนูเตรียมตัวเข้านอน ก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องตามปกติ พอเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าห้องมืดตึ๊ดตื๋อเชียวล่ะ ถ้าไม่มีแสงจากคอมพ์ล่ะก็มันจะมืดสนิทเลย แอร์ก็เย็นเยือกน่าขนลุก...พี่แอนนั่งอยู่หน้าคอมพ์ มองเห็นเป็นเงาดำๆ เหมือนภาพหลอน น่ากลัวพิลึก

"อ้อนเหรอ?" พี่แอนเรียกโดยไม่ได้หันหน้ามา หนูสะดุ้งเฮือกเลยค่ะ นึกโมโหตัวเองว่าทำไมขวัญอ่อนขนาดนี้ เธอพูดต่อว่า "มาดูอะไรนี่สิ!"

หนูเดินช้าๆ เข้าไปหาเธอเหมือนถูกสะกดจิต เพราะใจจริงหนูไม่อยากไปดูอะไรที่เธอจะให้ดูนั่นหรอก คือหนูรู้ว่ามันต้องสยองแน่ๆ ไม่อยากเห็นเลยจริงๆ

นั่นปะไร! มันเป็นรูปห้องนอนของเรานี่แหละค่ะ ถ่ายจากเตียงเล็งไปที่หน้าต่าง คล้ายจะบันทึกภาพท้องฟ้ายามโพล้เพล้ แต่มันมีผู้หญิงลึกลับคนหนึ่งโผล่เข้ามาครึ่งตัว...แขนอันยาวยืดผิดผู้ผิดคนนั้นโหนอยู่ขอบหน้าต่างด้านบน ใบหน้าของเธอยื่นเข้ามา ผมเผ้ายาวยุ่งเหยิงคล้ายลมตีหมุนวน หน้านั้นยาวผิดรูปและพร่าเลือน เห็นแต่ตาโบ๋ๆ ทั้งสองข้าง...ปากที่อ้ากว้างจนเป็นโพรงดำ มีลิ้นแลบยาวเฟื้อยถึงหน้าอกที่ผอมซูบเหมือนศพแห้งๆ

หนูตกตะลึงจนตัวชาวาบ ขนลุกซ่าไปทั้งตัว...นี่เราเจอของจริงเข้าแล้ว เหรอเนี่ย?!

"เหมือนมั้ยล่ะ?" พี่แอนถามเบาๆ สุ้มเสียงภูมิใจเหลือเกิน

อะไรนะ? นี่ฝีมือเธองั้นเรอะ? พี่แอนปลอมภาพขึ้นมาอย่างแนบเนียนที่สุด แต่งานนี้หนูกลัวจนบอกไม่ถูก...รุ่งขึ้น เธอเอาไปให้เพื่อนๆ ดู โอ้โฮ...ฮือฮากันยกใหญ่ ดูไม่ออกว่าเป็นภาพที่เมกขึ้นเอง ขนหัวลุกกันเป็นแถว พี่แอนก็ตีหน้าตายบอกใครๆ ว่าเป็นห้องนอนที่บ้าน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา หนูก็นอนแทบไม่ได้เลย ภาพที่เห็นมันติดตาจริงๆ มองไปที่หน้าต่างทีไรก็เห็นภาพผีผู้หญิงชะโงกหน้ามาแลบลิ้นหลอกอยู่ร่ำไป แม้จะรูดม่านปิดแล้วมันก็ยังหลอนอยู่อย่างนั้น!

คืนหนึ่ง หลังจากพี่แอนทำรูปนั้นได้ไม่ถึงเดือน เราเข้านอนตามปกติคือราวๆ สี่ทุ่ม ขณะใกล้จะเคลิ้มหลับ หนูก็ได้ยินเสียงพี่แอนเรียกอย่างตกอกตกใจ

"อ้อน! ตื่นเร็ว...ดูอะไรนั่น!"

หนูมองไปรอบๆ ห้องอย่างงงงัน แล้วก็เห็นว่าม่านที่ปิดหน้าต่างไว้ไหวยวบๆ มันเป็นไปได้ยังไง? หน้าต่างนั้นปิดสนิทเพราะห้องเราเปิดแอร์นี่คะ แต่บัดนี้ม่านกระพือเหมือนมีลมพัดเข้ามาแรงๆ และน่าแปลกที่เราไม่รู้สึกถึงกระแสลมนั้นเลยแม้แต่น้อย

พี่แอนชวนหนูลุกไปดูด้วยกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น หน้าต่างเปิดหรือเปล่า? หนูรีบเปิดไฟหัวเตียงแต่ไฟไม่ติด เปิดไฟกลางห้องก็ไม่ติดอีกเหมือนกัน!

ชักจะยังไงๆ แล้วสิเนี่ย หนูหนาวจนฟันกระทบกันดังกึกๆ ไฟฉายก็เปิดไม่ได้เหมือนอยู่ดีๆ ถ่านหมดซะงั้น

ผลสุดท้าย เราสองคนพี่น้องเกาะกันกลม ค่อยๆ กระดื้บๆ ไปดูที่ม่าน...พอไปถึงพี่แอนค่อยๆ เลิกม่านดู ฉับพลันเธอก็ร้องลั่น หนูถอยหลังกรูด กรีดร้องลั่นบ้าน...

พ่อแม่กับคนอื่นๆ วิ่งมาทุบประตูเรียกเรายกใหญ่ หนูตะลี ตะลานไปเปิดให้และทันใดนั้น ไฟก็สว่างพรึ่บ ทั้งไฟกลางห้อง ไฟหัวเตียงและไฟฉาย...ความสว่างเผยให้เห็นพี่แอนนั่งคุดคู้อยู่กลางห้อง กลัวจนแทบจะเสียสติ ต้องปลอบโยนกันอยู่นาน...

สิ่งที่พี่แอนเห็น มันเหมือนกับรูปที่เธอทำไม่มีผิด! มันมาได้ยังไง?

พี่แอนเป็นไข้สูงจนไปโรงเรียนไม่ได้ เธอจัดการลบภาพผีทั้งหมดออกจากไฟล์...ไม่ต้องโดนดุ พี่แอนก็กลายเป็นคนกลัวผี ไม่ยอมแตะต้องเรื่องพวกนี้อีกเลยค่ะ!

ข้อมูลจาก ข่าวสด

รายการบล็อกของฉัน