ค้นหา

ที่นี่มีผี..รวมเรื่องลึกลับสยองขวัญสั่นประสาทตาเหลือกตากลับ
บางทีก็น่ากลัวบางทีก็ไม่น่ากลัวรวมๆกันไป
ที่นี่เปิด รับทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีๆวิญญาณ
ท่านใดชอบเรื่องผีหรือมีคลิปผีถ่ายติดวิญญาณ.. น่าสนใจ..
ติดต่อส่งตั้งกระทู้มาที่ ghost-in-manman ด้านข้างครับ
แนะนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเชิญได้ครับ
ดูเว็บ ghost-in-manman แล้วหาความรู้เพิ่มเติม..ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ครับ
สุดท้ายขอขอบคุณเพื่อนๆที่ให้ความสนใจและ ให้ข้อมูลเรื่องน่ากลัวๆเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณ มาทางเราจะนำมาลงให้อ่านกันในครั้งต่อไปนะครับ.....
อย่าลืมดูเว็บ ghost-in-manman

chat love manman1

chat love manman 2

chat love manman 3

chat love manman 4

chat love manman 5

chat love manman6

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสี้ยวหนึ่งของมนต์ดำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสี้ยวหนึ่งของมนต์ดำ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เสื้อกราวส์ที่แขวนไว้

เสื้อกราวส์ที่แขวนไว้
ตั้งเเต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ผมก็ได้รับรู้เรื่อง ราวประหลาดๆมากมายจากบรรดารุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน ทั้งที่คณะเเละที่หอพัก*****
(ภาพประกอบ)

ผมพักที่ห้องพักของผมในหอพักมหาวิทยาลัยมาได้เป็นเวลา 2 เทอม ตั้งเเต่เริ่มเข้ามาพักยังไม่มีเรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นที่ห้อง ที่นี่ผมมีพี่เมทเรียนเภสัชอยู่ 2 คนซึ่งทั้งคู่ใจดีกับผมมาก วันนั้นเป็นช่วงเรียนซัมเมอร์เเต่ผมไม่ได้ลงทะเบียนเรียนจึงไม่ได้อยู่หอ เเต่บังเอิญมีธุระกับที่คณะจึงมาพักแบบจ่ายเงินรายวัน คืนนั้นมีพี่อีกคนหนึ่งมาพักด้วยจึงทําให้เตียงไม่พอ ด้วยความเกรงใจพี่ที่มาขอพักด้วยจึงขอนอนเตียงพับซึ่งผมซื้อเอาไว้ฉุก เฉิน(เอาไว้หิ้วไปนอนที่คณะ) เเต่ผมบอกว่าไม่เป็นไรเพราะผมเองก็ชินกับเตียงพับตัวนี้ อีกอย่างเตียงหอพักทั้งสามเตียงก็เรียงติดกัน การได้เเยกมานอนเตียงพับของตัวเองมันรู้สึกเท่อย่างบอกไม่ถูก หนําซํ้าตําเเหน่งที่วางก็จะอยู่เเนวขวางที่ปลายตีนเตียงทั้งสามทําให้ผมสํา นึกในความเป็นรุ่นน้องมากขึ้น(ปกติผมไม่ค่อยสํานึก..

พวกรุ่นพี่จึงมักเรียก ผมว่า"ไอ้เด็กเวร") นี่กระมังอาจเป็นวิธีเดียวที่ผมสามารถอุทิศให้รุ่นพี่สุดเลิฟของผมได้ เนื่องจากห้องของผม(จริงๆก็ทุกห้องเเหละ)มีประตูหน้าเเละประตู ระเบียงทะลุถึงกันอยู่กลางห้อง ตําเเหน่งเตียงพับของผมจึงอยู่ตามเเนวประตูพอดีนั่นคือหัวหันไปทางประตูทาง เข้าเเละตีนเตียงหันไปทางประตูระเบียง ตอนนี้เท่ากับว่าผมนอนขวางประตูเต็มๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งทิศที่หัวหันไปคือทิศ ตะวันตก

เย็นวันนั้นพี่เมทผมคนหนึ่งนําเสื้อกราวส์(เหมือนที่พวกเด็กแพทย์ ใช้)มาซักเเต่โชคไม่ดีคํ่าวันนั้นฝนตก (ตอนหลังผมจึงรู้ว่าไอ้โชคที่ไม่ดีน่ะมันเป็นของผม) "เฮียรัน"พี่เมทของผมจึงเอาเข้ามาแขวนตากไว้ที่ปลายเตียงของผมพร้อม ทั้งที่ตากผ้าแบบขาตั้งที่ใช้กันทั่วไปก่อนที่พวกเราจะนอน เอาล่ะลองมาทบทวนตําเเหน่งที่ผมนอนอีกครั้ง ถ้าผมหันไปด้านซ้ายผมจะเจอเท้าของพี่ๆผมตลอดเเนวเตียงของผม หันไปทางขวาเจอกําเเพง หัวหันไปทางประตูหน้า เท้าหันไปทางประตูระเบียงที่เปิดอยู่(ปกติผมจะปิด)กับเสื้อกราวส์ที่เเขวน อยู่บนที่ตากผ้า
กลางดึกคืนนั้นผมตื่นขึ้นมาเเล้วเห็นอะไรลางๆที่ปลายเท้าของผมจึงลืม ตาขึ้นมองเเล้วก็หลับตาต่อ เพราะตอนนั้นก็จําได้ว่ามีเสื้อกราวส์เเขวนอยู่ที่ปลายเท้า แต่รู้สึกว่าที่เห็นน่ะมันเเปลกๆ ก่อนจะลืมตามองอีกครั้งผมตั้งสติพร้อมกับขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมเดาเอาไว้ ผมลืมตาเพื่อความเเน่ใจ เออ..เเปลกจริงๆด้วย แฮะ ทําไมเสื้อกาวส์ที่เห็นว่าตัวลีบๆเมื่อตอนคํ่ามันกางออกพริ้วเชียว เเถมยังลอยไปมาให้เห็นอยู่หน้าประตู ผมไม่น่าลืมตามองชัดๆอย่างนั้นเลย "ชิบหายเเล้วกู!" 

ตอนนี้ผมนึกอะไรไม่ออกจึงใช้วิธีไม้ตายสมัยยังเด็ก แกล้งหลับ!(คล้ายๆเเกล้งตายเวลาเจอหมี) หลังจาก พยายามสวดมนต์สารพัดบทเท่าที่จะนึกได้แล้วผมก็หรี่ตาดูพร้อมกับเเกล้งละเมอ พลิกตัวไปทางขวาหากําเเพงทําให้ผมยังเห็นเสื้อกราวส์ตัวนั้นบินอยู่"ทําไม มันยังไม่ไปวะ"ผมเริ่มหนาวไปทั้งตัวทั้งที่ตอนที่ตื่นรู้สึกเหมือนร้อนๆ ผมเริ่มคิดอีกครั้งขณะที่พลิกตัววนกลับไปหาเท้าของบรรดา พี่ๆทางด้านซ้ายของเตียงผมพร้อมกันนั้นก็หรี่ตาดูไอ้เสื้อกราวส์เจ้ากรรมที่ ยังบินอยู่อย่างไม่รู้หน่าย เเต่ผมเบื่อเต็มทีเเล้วล่ะ เเล้วผมก็นึกได้ ผมมีพี่ๆที่น่ารักอยู่บนเตียงตั้งสามคนนี่นา ว่าเเล้วผมซึ่งขณะนี้กําลังหันไปทางบรรดาเท้าของพี่ๆผมก็เตรียมพุ่งขึ้น เตียงหอพักที่เรียงกันอยู่เพื่อปลุกพี่เมทของผม เเต่ผมก็ชะงักหนักกว่าเดิม(ถึงขั้นตาค้าง) เพราะตอนนี้ผมเห็นคนตัวใหญ่มากสองสามคนไม่ไช่พี่เมทผมเเน่(เพราะระยะมันเผา ขนมาก)นั่งจ้องผมเขม็งตรงตีนเตียงที่พวกพี่เมทผมนอนอยู่ "ทําไงดีวะ"ผมคิดขณะหรี่ตาพลิกตัวกลับมาอยู่ในท่านอนหงาย ไอ้เสื้อเวรนั่นก็บินไปบินมาไม่เลิก นี่ถ้ามันบินเร็วกว่านี้เท่าตัวผมอาจไม่กลัวก็ได้ นี่จังหวะที่มันบินก็สยองเหมือนในหนั่งผีฝรั่งยังไงยังงั้น! ผมก็พูดไปงั้นๆเเหละ ยังไงก็กลัวอยู่ดี... 

ผมนอนหลับตาสวดมนต์ถูกบ้างผิดบ้างไปตามเรื่อง บรรยากาศเจ้ากรรมก็เงียบสงบดีเหลือเกิน จนกระทั่งมีเสียงเครื่องบินบินผ่าน ตอนนี้ผมยังไม่กล้าลืมตาเพราะไม่รู้ว่าจะเห็นอะไรอีกบ้าง จน มีเสียงเครื่องบินลําที่สองบินผ่านมา เอาวะ! ตายเป็นตาย คิดได้ดังนั้นผมก็หันไปทางซ้ายเเล้วพุ่งขึ้นเตียงของบรรดาพี่เมทผม แปลกดีที่ผมไม่กระโดดลงไปเหยียบโดนใครไม่งั้นผมคงโดนพวกนั้นรุม กระทืบ สักพักผมก็วิ่งไปเปิดสวิทช์ดวงใหญ่ ทุกอย่าง ยังคงเป็นเหมือนตอนหัวคํ่า เสื้อกราวส์ยังคงเเขวนอยู่ที่เดิม บรรดารุ่นพี่ที่หลับลึกของผมยังคงหลับเป็นกระบืออยู่เหมือนเดิม ผมนั่งหายใจหอบอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะปิดไฟเเล้วมาแทรกตัวนอนอยู่ ระหว่างบรรดาพี่เมทสุดเลิฟของผม

ก็เหมือนทุกๆคน ตอนเช้าผมเล่าเรื่องนี้ให้พวกรุ่นพี่ฟัง เเต่พวกรุ่นพี่ไม่ได้เล่าอะไรแปลกๆให้ผมฟังหรอก ตรงกันข้าม...ผมโดนด่าต่างหาก.

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เสี้ยวหนึ่งของ มนต์ดำ


เสี้ยวหนึ่งของ มนต์ดำ ..คุณไสยเป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง ที่ว่าด้วยความตายและความโชคร้ายของฝ่ายตรงข้าม ... คุณไสยของเขมร " และ " คุณไสยของมาเลเซีย " หรือคุณไสยมลายูที่เราเรียกันว่า " หมอแขก ... และมีไว้สำหรับฆ่าคนเท่านั้นแต่คุณไสยของเขมรซึ่งแพร่หลายเข้ามาทางกลุ่มของชาวส่วย .... การบิดไส้ก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าเวลาที่ว่าคาถากำกับไปนั้น ...

การปลุกเสกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปในตัว หรือฝังรูปฝังรอย หรือการทำเสน่ห์ยาแฝด ลงนะ จากผู้ที่อ้างตัวว่ามีอาคม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกที่ทำมาหากินด้วยการหลอกลวงผู้คน หรือที่เรียกว่าพวกสิบแปดมงกุฎ ถึงกระนั้นก็ตาม“คุณไสย” หรือ “มนต์ดำ” ยังมีผู้หลงงมงายมากมาย

ไสยศาสตร์ถือเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์
และมีทั่วโลกแม้กระทั่งในเวลาปัจจุบัน แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน
แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การทำอันตรายต่อผู้คนด้วยวิธีที่ลี้ลับลัทธิไสยศาสตร์
คือการรวมอำนาจจิต รวมพลังงานทางจิตซึ่งได้ทำการอบรมจิตใจให้มีความยึดมั่น เชื่อถือ อย่างจริงจัง ดำเนินไปตามหลักทางไสยศาสตร์ ตามวิธีการนั้น ๆ ก็จะสามารถแสดงฤทธิ์ปาฎิหารย์ได้ด้วยกระแสคลื่นแห่งพลังอำนาจจิตอันแรงกล้า ของ มโนภาพ สมาธิ จิตตานุภาพ ทั้งสามประการนี้ จึงเป็นบ่อเกิดแห่งอำนาจที่ประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นได้...
คุณ "เชื่อหรือไม่ "

ลัทธิไสยศาสตร์

ข่าวเรื่องราวเกี่ยวกับ"มนต์ดำ"
ค้าซาก "ทารก" บนเว็บ


ปี 2537 สังคมต้องตกตะลึงกับข่าว "เณรแอ" หรือ"หาญ รักษาจิตร์"
จอมขมังเวทย์ย่างเด็กทำกุมารทอง....
จนถูกจับสึกดำเนินคดีในข้อหาอวดอุตริ ติดคุกอยู่ 1 ปี ก็ออกมาเดินบนทางสายเวทย์มนต์ดำ
มีการล่อลวงเงินและผู้หญิงจนถูกจับดำเนินคดีอีกครั้ง
ศาลเพิ่งตัดสินจำคุก 100 ปีไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา10 ปีให้หลังมีข่าวขโมยศพทารกเพศหญิงจากโลงศพป่าช้า อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
เป็นการตอกย้ำเรื่องมนต์ดำที่ยังมีอยู่อย่างแพร่หลาย
แม้จะไม่เป็นที่เปิดเผยแต่ก็ไม่ใช่เรื่องปกปิด เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้แสวงหาว่าต้องไปติดต่อกับใครที่ไหน

รายการบล็อกของฉัน