ค้นหา

ที่นี่มีผี..รวมเรื่องลึกลับสยองขวัญสั่นประสาทตาเหลือกตากลับ
บางทีก็น่ากลัวบางทีก็ไม่น่ากลัวรวมๆกันไป
ที่นี่เปิด รับทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีๆวิญญาณ
ท่านใดชอบเรื่องผีหรือมีคลิปผีถ่ายติดวิญญาณ.. น่าสนใจ..
ติดต่อส่งตั้งกระทู้มาที่ ghost-in-manman ด้านข้างครับ
แนะนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเชิญได้ครับ
ดูเว็บ ghost-in-manman แล้วหาความรู้เพิ่มเติม..ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ครับ
สุดท้ายขอขอบคุณเพื่อนๆที่ให้ความสนใจและ ให้ข้อมูลเรื่องน่ากลัวๆเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณ มาทางเราจะนำมาลงให้อ่านกันในครั้งต่อไปนะครับ.....
อย่าลืมดูเว็บ ghost-in-manman

chat love manman1

chat love manman 2

chat love manman 3

chat love manman 4

chat love manman 5

chat love manman6

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องผีฮิตฯในมหาลัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องผีฮิตฯในมหาลัย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

เรื่องผีๆ ที่หอพักแถวรามคำแหง


ก๊อบมาจากกลุ่มรามในฮิห้านะครับ รวมมาหลายๆเรื่อง จากรุ่นพี่ๆที่เจอมาจิงๆ

1. ผมเช่าอพาร์ทเม้นกับเพื่อนที่ราม 2 ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง คืนวันนั้นรู้สึกว่าเพื่อนจะกลับไปเอาของที่บ้านก็เหลือผมอยู่คนเดียว ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตึกก็ดูใหม่ๆ ระหว่างที่นอนตะแคงอยู่นั้นเองผมก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนดีดนิ้วที่หน้าตู้กระจก ที่ติดกับประตูห้อง เอาแล้วไง? ตอนแรกก็นึกๆ ว่าคงมีคนอยู่ห้องตรงข้ามมั้งคงเพิ่งมา (ลืมบอกว่าตอนนั้นประมาณ 00.00น.) ด้วยความที่ไม่คิดอะไรมากผมก็หันไปดู และก็ลุกไปเปิดประตูห้องออกมาก็ทะแม่งๆแฮะ ไม่เห็นมีใครอยู่เลยชั้นนั้น ? แล้วผมก็กลับไปนอนตะแคงข้างเดิม แล้วก็ได้ยินเสียงอีกเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ดังกว่าเดิมหน่อยนึง คราวนี้ผมเหลือบไปดูหน้ากระจกนั้น ขนลุกเลยท่าน? พบเงาดำๆ รูปร่างเหมือนผู้หญิงผมยาวนิดๆ นั่งหน้าตู้กระจกโชคยังดีที่หันหลัง ผมไม่กล้า เหลือบไปดูเงาในกระจก ??? เท่านั้นแหละครับผมคลุมโปงนอนตัวสั่นจนถึงเช้าเลย

2. ตอนปี2546 ผมอยู่ปี3 ตอนนั้นผมได้เช่าหออยู่ห้องนึงกับเพื่อน เป็นหอเก่าๆในซอยมหาดไทย ขอไม่บอกชื่อนะครับ
เรื่องมันเริ่มจากที่คนข้างห้อง เป็นผู้ชาย อกหักจากแฟนสาว แล้วกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ซึ่งเขาไม่ตายตอนที่โดดลงมา เขาไปเสียที่โรง

พยาบาล ตอนเย็นวันนั้น ผมกลับมาที่ห้อง เพื่อนผมเล่าให้ฟัง เพราะมันก็ไปช่วยพาเขาส่งโรงพยาบาลด้วย หลังจากเขาเสียไปได้3วันก็เกิด
เหตุการณ์แปลกๆ ขึ้นที่ห้องผม คือ เวลาที่ผมนอนอยู่ในห้อง มักจะได้ยินเสียงคนล้างแก้วล้างจานตรงนอกระเบียง พอออกไปดูก็ไม่เห็นมี
อะไร เวลาเข้าห้องน้ำก็จะได้ยินเสียงคนเคาะประตูห้องน้ำเป็นจังหวะ แรกๆก็นึกว่าเพื่อนแกล้ง พอเรียกชื่อเพื่อนเสียงก็จะเงียบไป
เหตุการณ์นี้ มักจะเกิดขึ้นตอนผมกับเพื่อนอยู่ห้องคนเดียว แล้วอีกคนไปข้างนอก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรกันมาก คิดไปว่าหูคงแว่ว ทนๆอยู่ไปก่อนได้
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมกับเพื่อนคิดย้ายหอเกิดขึ้นหลังจากเขาเสียไปได้ประมาณครึ่งเดือน ห้องนั้น มีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เป็นครอบครัว พ่อ แม่และลูกชาย ผมคาดว่าคงวัยไล่เลี่ยกับผม ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น บังเอิญ วันนั้นเพื่อนผมมาเที่ยวกทม.เลยมาค้างที่ห้อง

ปกติผมกับเพื่อนอีกคนจะสูบบุหรี่ในห้อง วันนั้นเลยต้องออกมาสูบหน้าห้อง ระหว่างที่คุยกันเพลินๆนั้น เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ตัวลูก ชายได้วิ่งออกมาจากห้อง หน้าตาเลิ่กลั่ก แล้วคนแม่ก็ตามออกมา แล้วพากันวิ่งลงไปข้างล่าง ตอนแรกก็นึกว่าคงทะเลาะกัน ไม่น่ามีอะไร สักพักคนพ่อก็วิ่งตามออกมาหน้าตาหอบๆ เพื่อนผมมันนึกว่ามีเรื่องกันเลยตะโกนถามคนพ่อว่า "มีอะไรกันเหรอลุง หรือตัวอะไรมันเข้ามา ในห้อง"(ตนนั้นคิดว่าคงเป็นงู) แกตะโกนกลับมาว่า "อยู่ไม่ไหวแล้ว ผีดุเหลือเกิน" แล้วแกก็วิ่งลงไป ผมกับเพื่อนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก สักพัก ได้ยินเสียงประตูค่อยๆปิดลง "แอ้ดดดดด ปังง แกร่กๆ" ผมผวากันไอ้ตรง แกร่กๆ นี่แหละ ผมกับเพื่อนหน้าซีด แต่มันก็ยังพูดออกมา

ว่า "แหม มีล้อคด้วยนะ เฮ้ยกูง่วงละ นอนกันเหอะ กูว่า" เท่านั้นแหละ ก็รีบเข้าห้อง คลุมโปงนอนกันทันที โดยไม่ได้ปิดไฟ

3. เป็นเรื่องในซอยมหาดไทย
วันนั้นเป็นวันแรกที่ย้ายหอไปอยู่หอตรงนั้น พอย้ายหอเสร็จตกดึกก็ได้ทีชวนเพื่อนสองคนรวมกับผมเป็นสามไปเที่ยวห้องสมุด(ผับ)ฉลองหอใหม่ ขากลับทุกคนก็เมากันทุกคนแต่ยังพอรู้สติพอมาถึงซอยจะเข้าหอคือมันไม่ใช่ซอยหลักครับต้องเดินเข้าซอยย่อยประมาน2ซอยพอมาถึงบ้านหลังหนี่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่าพวกผมก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะรั้วลูกกรงมิดชิดดีแต่มองไม่เห็นตัวหมาหรอกเพราะมันมืดพอหมาเห่าก็มีเสียงเจ้าของเป็นผู้หญิงตะโกนด่าหมา"หยุดเห่าได้แล้วลูก"ทุกคนก็ไม่ได้ใส่ใจ
แต่เหตุเกิดตอนกลางวันนี่สิผมกับเพื่อนกับจะเดินออกไปซื้อข้าว พอผ่านบ้านหลังนั้นมันเป็นเป็นบ้านร้าง รกมากไม่มีใครอยู่ปิดตาย ผมกับเพื่อนมองหน้ากันขนหัวลุกกลางวันแสกๆเลยครับ เอาเป็นว่าหลีเลี่ยงทางนั้นยังดีที่มีทางเข้าสองทาง

4. หอที่สร้างเสร็จช่วงปี47 ผมกับเพื่อนเลยย้ายไปอยู่ เพราะมันใกล้ที่ทำงานเพื่อน หอนี้อยู่ในซอยรามคำแหง53ครับ แถวๆชุมชนราม53(ซึ่งตอนนี้มีหอผุดมาเพียบ) ประเด็นมันอยู่ตรงหอนี้ ไม่มาศาลพระภูมิครับ ตอนแรกเข้าไปอยู่ก็ไม่มีอะไร จำได้ว่าเป็นลูกค้ารายแรกของหอเลย เพราะย้ายเข้าตอนหอยังสร้างไม่เสร็จดีนัก เรื่องเกิดตอนช่วงที่เพื่อนผมกลับบ้านไป แล้วมีเพื่อนผมจากพัทยามาเยี่ยม ตอนนั้นผมอยู่ปี4 แต่ก็ยังติดเกม(ตามประสาวัยรุ่น) นอนกลางวัน ตื่นกลางคืนเล่นเกม เพื่อนผมที่มาเยี่ยม มันเลยขอนอนที่ห้องตอนกลางคืน เพราะกลางวันวันนั้นไปซื้อของที่ประตูน้ำมาเหนื่อยมาก มันบอกว่าช่วงประมาณตี3 มันสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนดึก ไม่เห็นผมนอนอยู่เลยคิดว่าคงเล่นเกมอยู่ เลยจะหลับต่อ แต่พอนอนหันหน้าขึ้นไป มันก็เห็นคนนั่งยองๆอยู่บนตู้เสื้อผ้า(หอนี้ไม่มีเตียงให้ครับ ต้องเอาฟูกมาเอง) มันก็คิดได้โดยทันทีว่ามันโดนแล้วแน่ๆ เลยพยายามหลับตาลง ได้สักพักมันก็ลืมตาขึ้นมองอีกที ก็เห็นคนนั้นยังอยู่ที่เดิม แต่หันหน้ามามองทางมัน มันเลยกล้นใจท่องบทสวดมนต์ตามที่เ้คยเรียนรู้มา เผื่อจะไล่ผีได้ แล้วพูดไปว่า"ไปที่ชอบๆเหอะ" สิ้นเสียงเท่านั้นแหละ ร่างนั้นก็กระโดดลงมาคร่อมตัวเพื่อนผม มันเห็นชัดๆเลยว่าเป็นผู้หญิงแก่หย้าเหี่ยวๆ แล้วหญิงแก่ก้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเพื่อนผมแล้วถามว่า"มึงไล่กูเหรอ ตรงนี้กูอยู่มาก่อนมึงนะ เหอะๆ" แค่นั้น แล้วเพื่อนผมก็หมดสติไป ผมกลับมาห้องตอนเช้า(8โมง) ซื้อกับข้าวเข้ามากิน เห็นมันเก็บเสื้อผ้าแล้วรีบออกไปอย่างรีบเร่งเลยถามมัน "ไม่กินข้าก่อนรึ" มันบอก"เออ กูรีบ มึงคิดยังไงถึงเช่าหอนี้วะ" แล้วก็ออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมงงอยู่นาน แต่มันเพิ่งมาบอกเรื่องนี้กับผมเมื่อไม่นานมานี้ เพราะตอนแรกที่ไม่บอก เพราะมันกลัวว่าผมจะกลัว

5.อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดกะตัวเองที่ราม 2 ที่อพาร์ทเมนท์ชื่อดัง ห้อง 416 ก็น่ากลัวเหมือนกัน
พอดีโดนพี่อำ(เราโดนผีอำบ่อย เลยไม่กลัวมากแต่ก็กลัว บางทีก็ลืมตาดู)คราวนี้โดน
ก็ลืมตาดูอ่ะ เป็นผู้ชายหัวโล้นหน้าตาดูดี แต่ปากที่ยิ้มอ่ะน่ากลัวมากๆ(คล้ายๆในโลกมัมมี่)
แล้วก็มีอีกคนกอดอยู่ ความรู้สึกมันบอกว่าผู้ชายอ่ะ ปากพูดมะได้ แต่มองหน้าแล้วก็
คุยทางจิตอ่ะ ก็ความประมาณว่าเค้าจะมาเอาอ่ะ มะใช่เอาไปอยู่ด้วยนะ แต่แบบ..
ประมาณว่า2 รุม1อะไรประมาณนี้ ไอ้เราก็ตกลงค่ะพี่ เอ๊ย!มะใช่ เราก็บอกไม่ให้
ไม่ได้ ไม่ให้ ซ้ำๆอย่างนั้นแหล่ะ แล้วก็กลัวมาก ก็เริ่มท่องบดสวดไปเรื่อย แต่นึกมะค่อย
ออก ก็เริ่มหาวิธีอื่น.. แต่นึกมะออก จนสุดท้ายบอกว่าเหนื่อย มะไหวแร้วหายใจไม่ออก
ยังไงก็ไม่ให้อ่ะ ไม่งั้นแช่งนะ(เคยได้ยินมาว่าพี่อำให้แช่ง เค้าจะกลัว) สุดท้ายก็ออก
พอขยับตัวได้ โห..โล่งเลย ลุกมาเปิดไฟ คิดในใจเกือบแล้วกรู เกือบมีแฟนเป็นผีแล้ว
สวิงกิ้งด้วย เกิดมาเพิ่งเจอแบบนี้ น่ากลัวสุดๆ คราวนี้

มีอีกเรื่อง ที่ห้องเดิม คนละวันกันนะ ห่างกันเป็นเดือน คราวนี้โดนอีกน่าจะตี 2
โดนอำอีก คราวนี้ลืมตาดู เป็นผู้หญิง ผมสั้น นอนคว่ำทับร่างเราลายขวาง นึกในใจ
ประจันหน้าอีกแล้ว คนเก่าก็นอนจ้องหน้า ห่างกัน 3 ฝ่ามือ คราวนี้ 2 ฝ่ามือ
เค้าก้มหน้าอยู่ เราก็ลืมตามองเค้าซักครู่ พอเค้าทำท่าจะมองขึ้นมา เราก็หลับตา
กลัวเหมือนกันนะ แต่ที่มองก็งงอยากรู้เหมือนกันว่าใคร แต่เอาเข้าจริงก็ไม่กล้าอยู่ดี
หลับตาแล้วก็สวดมนต์ บอกให้ไปเหอะ เราหนักแล้ว เพราะอำนานมาก อำเงียบๆด้วย
เราก็ไม่กล้าคุยด้วย เรากลัว เค้าเองก็ไม่ได้เหมือนจะสื่ออะไร เราก็แผ่เมตตา ซักพัก
เค้าก็ไป พอลุกได้ก็รีบไปหาอะไรกิน เราก็หิวพอดี
แล้วไปเจอรุ่นพี่คนนึง ตอนซื้อของ ก็เล่าให้เค้าฟัง เค้าก็บอกว่าเนี่ยะ ตึกคอนโดข้าง
หลังตึกเราอ่ะ เคยมีคนโดดตีกตาย ลงมาตายฝั่งเรา ฝั่งระเบียง แต่ไม่ใช่ห้องเราเค้า
บอกว่าแถวๆนั้นแหล่ะ เราก็เลยคิดในใจ คงใช่แน่ แต่เราก็อยู่ไปนะ โดนเรื่อยๆ
นานๆที แต่ช่วงหลังมะค่อยลืมตา ก็เลยมะเห็น เวลาโดนก็จะนึกศาลที่มีพระอะไร
ไม่แน่ใจจำชื่อเรียกมะได้ อยู่ที่หน้าโต้รุ่ง ข้างธนาคารไทยพาณิชย์ แล้วก็หาย
เพราะเคยไปไหว้และขอท่านไว้ ว่าช่วยรบกวนท่านมาช่วยอ่ะค่ะ

6. ก่อนนั้นผมได้เคยไปอยู่เมืองกรุงเทพเมืองที่มีแต่แสงสีวิลัยตั้งแต่อายุย่างเข้า 18 พอเรียนจบจากวิทยาลัยเทคนิคน่านขาดทุนทรัพย์ในการเรียนต่อ ปวส. แต่ก็ดันไปสอบเรียนต่อ ป.ตรี ที่เชียงใหม่เสือกสอบติดคณะวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เชียงใหม่แต่ก็ไม่มีทุนเรียนอยู่ดีเลยตัดสินใจที่จะทำงานหาเลี้ยงตัวเองและส่งตัวเองเรียนไปด้วย ผมเลือกที่จะเรียนต่อรามเพราะว่ารามจะเรียนหรือไม่ก็ได้ขอให้สอบได้ก็โอเคล่ะผ่าน ผมเลือกลงคณะมนุษย์ศาสตร์เพราะผมเริ่มอยากศึกษาภาษาอังกฤษแล้วล่ะ ปี1 ผมไปเรียนมั่งที่รามแต่ก็เริ่มเบื่อยิ่งมีเพื่อนมากขึ้นทั้งจากจังหวัดเดียวกันต่างจังหวัดบ้างก็เริ่มคุ้นเคยสนิทกันชวนกันไปทำงานแถวห้างโลตัสปากซอยก่อนเข้าราม2 เพื่อนก็ขายกิ๊ฟช๊อป เสื้อผ้ามั่งแถวตลาดราม2 ขายกันเกือบ 4ทุ่มทุกวันก็พอมีรายได้เลี้ยงตัวเองจ่ายค่าห้อง น้ำ ไฟ และยังมีปราตี้กันเล็กๆๆในสังคมเพื่อน ส่วยผมเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนที่ตลาดหุ้นกันแล้วแบ่งกำไร ส่วนเพื่อนที่ทำงานห้างก็มีความสุขกันทุกคน เราอยู่กันอย่างมีความสุขจนเวลาผ่านไป 1 ปีเพื่อนที่อยู่ราม2 เริ่มย้ายห้องไปอยู่แถวหน้าราม 1 กันเพราะช่วงเรียนหนังสือเค้าย้ายตารางเรียนไปที่ราม1 เหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงต้องหาที่ทำกินกันใหม่ทั้งคนขายของริมตลาดอย่างผมและเพื่อนที่ทำห้างก็ย้ายกันหมด ตกลงกันไปหาหอพักที่หน้าราม1 ได้หอพักชื่อ เพชรไพรลินแม่นชั่น ราคาของห้องพัก 2300 บาทต่อเดือนแล้วยังมีห้องว่างเยอะเลยยกทีมกันไปอยู่ทั้งหมดและเริ่มใช้ชีวิตเป็นปกติ

เหมือนเดิมตอนที่อยู่ราม 2 จากวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์เป็นเดือน จากเดือนเป็น 2 เดือน จาก2เดือนเป็น3เดือน จาก3เดือนเป็น4เดือน จาก4เดือนจ่าเข้าเดือนที่ 5 เริ่มมีสิ่งผิดปรกติให้เห็นเริ่มเห็นสิ่งแปลก ๆ ทั้งบนหลังคาตึกชั้นดาดฟ้า เพราะตึกมี 6ชั้นเห็นชัดมากยิ่งเวลาดึกประมาณตี2 ถึงตี3 เพราะช่วงเวลานั้นผมและเพื่อนก็จะเฮฮาปราตี้กัน ทั้งเล่นไพ่ ลุ้นผลบอลทุกคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และยังบอลที่เตะกันวันอังคาร พูดง่าย ๆ ก็คือบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ยูฟ่า ประมาณนี้ล่ะ แถมยังเล่นเกมส์วินนิ่งอีกช่วงนั้นเพลย์2กำลังฮิตระบาดมาก ลงทุนกันเปิดให้เช่าเกมส์ด้วยส่งถึงที่มีเกมส์ให้เลือกราคาก็ประมาณวันล่ะ 200 ไม่นานก็ได้ทุนคืนกันที่เหลือกำไร ผ่านเดือนที่5ไป เดือนที่6 เหตุการณ์เริ่มแจ่มแจ้งขึ้นมากเพราะวันนั้นเรายกทีมไปเที่ยว RCA กันแล้วกับกันตอนตี2 นั่งแท็กชี่กลับเพราะที่ไปก็ตั้งใจไปเที่ยวเปิดหูตาก็มีกินเหล้าเบีรย์นิด ๆ หน่อย ๆ พอหอมปากหอมคอ จนแท็กซี่ขับมาเกือบถึงหอพัก ทุกคนที่นั่งมาในรถเห็นผู้หญิงผมยาวชุดขาวยืนอยู่หน้าหอพักที่พักกันอยู่ประมาณช่วง15เมตร แต่แท็กซี่คนขับไม่เห็นขับชนทะลุผ่านหญิงคนนั้นไป ทุกคนตกใจกันมากเพราะเห็นกับตาว่าหญิงคนนั้นโดนรถชนตรงกลางรถพอดีเลยเรียกให้แท็กซี่หยุดรถลงไปดูแต่ก็ไม่มีใครอยู่ใต้รถเลย คืนนั้นทุกคนเอาพระมาคล้องคอนอนกันทุกคนเปิดไฟกันทั้งคืน หลังจากนั้นอีกประมาณ3วัน ห้องที่ผมพักเบอร์ห้อง404 ก็เริ่มมีกลิ่นเน่า ๆ อยู่ในห้องตลอด

เย็นวันที่เจอก่อนที่ผมและเพื่อนจ่าเข้าหอพักได้ซื้อหมูปิ้งไม้สามบาทมากินกันกินกับ
ข้าวเหนียวและเบียร์ไปด้วยซื้อมาเยอะมากกินกันจนอิ่มและอาบน้ำเข้านอนกันแต่ผมนอนกับ
เพื่อนกันแค่ 2คน เพื่อนคนอื่นยังไม่นอนดูบอลกันห้องข้าง ๆ สักพักประมาณ 5 ทุ่ม ผมหลับตานอนในห้องมันมึด แต่สายตาเราที่อยู่กับความมึดเริ่มจะเห็นแบบสลัว ๆ ผมเห็นหญิงคนเดิมผมยาวนุ่งขาวมานั่งที่ปลายเท้าตัวผมรู้สึกว่าขยับไม่ได้และผมเห็นเพื่อนนอนงอเข่าขึ้นมาเอาผ้าปิดหน้าและส่งเสียง ฮือ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆตลอดเวลาเหงื่อเริ่มไหลท่วมตัวส่วนเพื่อนมันก็กอดเข่าส่งเสียงเหมือนเดิมเหมือนผีเข้า สักพักเพื่อนมันกลับมาเปิดประตูห้อง (ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วล่ะเพื่อนมันเล่าให้ฟัง)ว่า มันเปิดประตูห้องเข้ามาและเปิดไฟก็เห็นผมชี้หน้ามันแต่นอนอยู่บนเตียงอยู่ส่วนเพื่อนอีกคนก็อยู่อย่างเดิมมันตกใจเรียกผมแต่ผมกลับคุยภาษาอะไรไม่รู้กับมัน สักพักก็กระโดด
ออกจากเตียงคว้าหมาตุ๊กตามากอดโดยที่ผมยังนอนอยู่แต่กระโดดออกจากเตียงโดยไม่รู้ตัวแถมยืนได้ด้วยห่างจากเตียงออกไปอีกมากประมาณ2เมตรและชี้หน้าด่าหรือว่าพูดอะไรไม่รู้เรื่องกับเพื่อนคนที่มาเปิดประตู เพื่อนมันกลัวมากวิ่งไปชวนทุกคนมาดู แฟนเพื่อนมันเข้ามาตบหน้าผมสักพักผมก็ได้สติ และถามทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนมันเล่าให้ฟังเช้าวันใหม่ผมกับทุกคนพากันไปถามยามหน้าหอพัก แค้นถามจนได้เรื่องเอาตังค์ล่อหน่อย แกบอกว่าหอพักเนี่ยเป็นหอพักของคนอิสลาม เค้าถือเรื่องการกินหมู เหล้า เบียร์ และมีคนตายที่ห้อง 404 ซึ่งเป็นห้องที่ผมพักอยู่ ส่วนอีกคนที่เจอเป็นหญิงนั้นเป็นแฟนคนที่ตายห้อง 404 หญิงคนนั้นกระโดดตึกตายจากชั้น 6 ลงมา ที่ที่หญิงนั้นคนนั้นตายตอนนี้เค้าทำเป็นศาลาพักผ่อน มีคนเจอเป็นประจำแต่ก็ไม่มีใครกล้ามาถาม และก็ย้ายออกไปพักที่อื่น หลังจากวันที่รู้ผมและเพื่อน ๆ ก็จุดธูปเทียนขอขมาโทษที่ทำกันลงไปไม่รู้ตัว และได้พากันย้ายหอพักทั้งหมดไปอยู่กันที่ซอย 65 มหาดไทยกัน เรื่องทั้งหมดเป็นอดีตที่ผ่านไป 2ปีกว่าล่ะ ทุกคนเรียนกันจบแล้วต่างแนกกันเดินตามความฝันของตัวเองกันทั้งหมด นาน ๆ จะเจอกัน ส่วนผมกลับบ้านหางานทำที่บ้านเบื่อละกรุงเทพ แต่เหตูการณ์วันนั้นที่เกิดขึ้นทุกคนยังจำได้ดีไม่มีใครลืมตอนนี้ก็ยังโทรคุยกันถามเรื่องเก่า ๆ กัน ถ้าทุกคนได้แวะผ่านหน้าราม 1 ก็เมืองดูนะครับ หอพักจะอยู่รามซอย 79/1 มั้นมีจริง ๆ

ปล.ผีอิสลาม ซอย79/1 มีคนเจอกันเยอะมากนะครับ ตั้งวงดื่มเหล้าหรือเอาหมูเอามาในหอพักนี่ ไม่เจอคนใส่ชุดขาวเดินผ่านก็เจอผีเข้าแล้วพูดเป็นภาษาที่อิสลามเค้าใช้เลยอ่ะครับ มีคนโพสว่าเจอในลักษณะแบบนี้ในซอยนี้ เยอะมากๆครับ แต่เอามาแค่เรื่องเดียว

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เรื่องผีฮิตฯในมหาลัย


เรื่องที่ 1 : ป๊อก ครืด
เรื่องผีอันดับหนึ่งของ มหาลัย... ในแง่ของความเศร้าระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัดแต่สถานที่เกิดคือ หอหญิงในสมัยที่มหาลัย ยังเป็นที่รกร้างอยู่มากถนนยังเป็นลูกรังถนนหน้าฝนเป็นโคลน รถไปมาลำบาก ตอนกลางคืนมืด ไม่มีแสงไฟ เรื่องเกิดกับ นักศึกษาสาวคู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3ของหอช่วงนั้นเป็นช่วงสอบนักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ ประมาณว่านักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบายอ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำแล้วรูมเมทชวนไปทานข้าวแต่เพราะเป็นไข้อยู่จึงไปไม่ไหว อยากพักผ่อน พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบายด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองก็ได้ แล้วจะห่อข้าวมาฝากเพื่อนคนที่ไม่สบายก็บอกว่า ยังไงฝากซื้อลาดหน้า (หรือผัดไทซักอย่างที่เป็นเส้นๆ) มาให้ทีละกันกินแล้วจะได้กินยาเมทคนนั้นก็บอกว่าได้เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ

หลังจากที่เพื่อนออกไปจากห้องคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่ออ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้น จึงนอนตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลืออยู่แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว
เพื่อนทำไมยังไม่กลับมาซะทีตกดึก ฝนเริ่มตก นักศึกษาคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือต่อในใจเป็นห่วงเพื่อนเพราะออกไปนานมากยังไม่กลับ

ซักพักนักศึกษาคนนั้นได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่าง จากทางบันได ”ป๊อก…………ป๊อก………ป๊อก………ป๊อก…….” เสียงนั้นดังเป็นระยะๆใกล้เข้ามาจากทางบันได ดังขึ้นเรื่อยๆ
เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมาและเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่แล้วเสียงก็เปลี่ยนไป “ครื……..ด……..ครื………..ด…….ค..รื…ด”
เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้วแต่ยังเงียบ
ได้อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้วถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตูตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อลาดหน้าแขวนอยู่

พอเห็นห่อลาดหน้า ก็งงแล้วเพื่อนอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมา หรือติดฝนเลยฝากคนอื่นเอามาให้แต่ทำไมต้องเอามาแขวนไม่รอเจอกันก่อน จะได้รู้ว่าเป็นใครแล้วทำไมเดินเร็วจัง
มีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได….คิดต่างๆนา แต่แล้วก็แกะห่อลาดหน้าออกทานเสร็จก็ทานยาตาม ได้ซักพักก็ม่อยหลับไป

รุ่งเช้า…………….มีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้วนักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืนตรงพงหญ้าข้างทางคาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก
อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนีนักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาด(ไม่แน่ใจว่าเป็นฝายหินหรือตลาดต้นพะยอม) หลังจากทานข้าวเสร็จทุกทีจะไปกับเพื่อน
แต่เพื่อนไม่สบายจึงไปคนเดียว โดยเพื่อนฝากซื้อข้าวห่อคนร้ายอาจเห็นว่าเป็นคนเดียวจึงลงมือ

แล้วลาดหน้าเมื่อคืนล่ะ?ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัดแต่จากที่ฟังกันมาคือหลังจากที่ตายไปแล้วด้วยความเป็นห่วงเพื่อนเพราะว่าไม่สบาย และยังหิว นำห่อลาดหน้าที่ซื้อมาฝากไปส่งให้แต่จะไปส่งยังไง แขนหัก ขาหักหมดแล้วลักษณะที่เขาเล่ามาคือพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุงแล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันไดลากตัวเองขึ้นมา

เป็นเสียง“ป๊อก ป๊อก” เสียง “ครืด”ที่ได้ยินคือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง….
ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่าแต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆห้องยืนยันว่าในคืนนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังยกของหนักและลากของหนักจากข้างล่างขึ้นมา
แล้วทุกคนต่างเชื่อสนิทใจมิตรภาพอยู่เหนือความตาย….

เรื่องที่ 2 : เปรตหอนาฬิกา
อันเนื่องจากเคยเป็นป่าช้าและลานประหารเก่ามาก่อนทำให้เรื่องเล่าเรื่องผีทั้งเก่าและใหม่มีมากมาย เรื่องนี้อยู่ที่หอนาฬิกาใหญ่ตรงสี่แยกจากประตูหลังมอตรงนั้นจะเป็นวงเวียนสี่แยกฝั่งตะวันตกเฉียงใต้
เป็นคณะวิศวะฝั่งตะวันออกเฉียงใต้เป็นคณะศึกษาและโรงเรียนสาธิตฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ เป็น หอชาย และฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหอหญิง

เรื่องนี้มีอยู่ว่า เล่ากันว่า ตรงหอนาฬิกา กลางวงเวียน มีเปรตหากไปลองของอาจโดนดีได้ วิธีการลองดีคือตอนเที่ยงคืนให้ไปวนรถทวนเข็มที่หอนาฬิกา สามรอบ (วงเวียนจะเวียนรถตามเข็ม)
เล่ากันว่า ผู้ที่ลองทำอย่างนั้นไม่เคยมีใครวนรถทวนเข็มได้ครบสามรอบซักคนผู้มีประสบการณ์เล่าว่าในขณะที่วนรถอยู่นั้นจะรู้สึกได้ถึงลมที่เย็นผิดปกติ แต่วนไปสองรอบก็ไม่เกิดอะไรขึ้น
มาเกิดตอนที่จะครบรอบที่สามจู่ๆก็มีเสาสองต้นตั้งขวางถนนอยู่ ทำให้ต้องหักรถหลบ รถล้มบ้าง แฉลบบ้างไปตามๆกันใครอยากรู้ก็ลองดู

อีกกรณีหนึ่งมีข่าวอยู่บ่อยๆว่านักศึกษาที่พักอยู่ในหอพักชายและหญิงฝั่งที่ติดกับหอนาฬิกา มักได้ยินเสียงแหลมๆเล็ก ดังมาจากทางหอนาฬิกา สอบถามแล้วคืนนั้น
เด็กสาธิตไม่มีการทำกิจกรรมและคณะวิศวะไม่มีกิจกรรม หรือการก่อสร้างใดๆและที่สำคัญ บางห้องได้ยินบางห้องไม่ได้ยินทั้งที่อยู่ติดกัน? เป็นเพียงเรื่องเล่า

เรื่องที่ 3 : ห้องสีชมพู
เรื่องนี้เกิดที่หอหญิงเป็นเรื่องของนักศึกษาหญิงที่เข้ามาพักในหอในแล้วไปมีอะไรกับผู้ชายแล้วเกิดพลาดตั้งครรภ์ขึ้นมา รู้ตัวเอาตอนท้องได้ 4 เดือนแล้วแต่มันยังไม่ป่องออกมา
จึงปิดเงียบไม่ให้ใครรู้แม้แต่เมททำยังไงถึงจะเอาออกได้ พลาดไปแล้วแต่ไม่อยากเสียอนาคต ไม่มีเงินทำแท้งแฟนไม่รับผิดชอบตัดสินใจเอาออกเองในห้องพักโดยเลือกตอนช่วงที่เพื่อนไม่อยู่
ทำเองคนเดียว โดยไม่ทราบวิธีการปรากฎว่าผลร้ายกว่าที่คิดนักศึกษาคนนั้นตกเลือดตายในห้องเพื่อนมาพบศพตอนเย็น เห็นรอยเลือดกระจัดกระจาย ติดฝาผนังบ้างก็มี

หลังจากจัดการเรื่องศพเรียบร้อยแล้ว (รวมถึงทำความสะอาดห้อง)โดยที่เมทของคนตายก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดเห็นรอยเลือดสีจางๆติดอยู่ที่ผนังสีขาวก็เลยให้คนเอาสีขาวมาทาทับ
วันรุ่งขึ้นเปิดเข้าไปทำความสะอาดรอยเลือดยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะทำยังไงทั้งขัด ทั้งถู หรือทาสีใหม่รอยเลือดนี้ก็ยังไม่หายไป จนสุดท้ายทางหอพักจึงต้องนำสีชมพูไปทาทั้งห้องเพื่อไม่ให้เห็นรอยเลือด
กลายเป็นห้องสีชมพูตั้งแต่นั้นมา
ปัจจุบันเป็นห้องเก็บของที่ปิดตาย เคยมีแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดที่ห้องนี้แล้วออกจากห้องไม่ได้ เพราะลูกบิดถูกล๊อค (ทั้งที่ตัวล๊อคอยู่ในห้อง)ลองไปเยี่ยมชมดูได้ครับ หนึ่งความพลาดพลั้งที่ไม่มีอะไรแก้ไขได้

เรื่องที่ 4ที่ห้องน้ำคณะสังคมศาสตร์
ที่เก่าๆหน่อยลองไปหาดูเอาเองลักษณะห้องน้ำคือประตูอยู่ตรงกลางเข้าไปแล้วโถฉี่จะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนอ่างล้างหน้ากับกระจกส่องหน้าจะอยู่ทางขวา

รุ่นพี่ที่อยู่คณะสังคมเคยเล่าว่าเคยมีคนเล่าให้ฟังว่า (ฟังเขามาอีกต่อหนึ่ง)ตอนกลางคืนช่วงใกล้สอบไปอ่านหนังสือที่คณะสังคมแล้วปวดฉี่เลยไปฉี่ที่ห้องน้ำนี้ ลุกเข้าห้องน้ำคนเดียวคนอื่นๆก็นั่งอ่านหน้งสืออยู่ คนไปฉี่ก็เข้าไปฉี่ธรรมดา ห้องน้ำมีโถฉี่สองอันอันแรกติดประตูอันที่สองอยู่ด้านขวา ข้างในไปอีก เขาบอกว่าตอนจะฉี่ก็จะฉี่ที่โถแรกเพราะใกล้กว่าแต่ไม่รู้นึกยังไงเลยเดินเลยไปฉี่ที่โถข้างในตอนฉี่ก็ยังไม่มีอะไรแต่ตอนฉี่เสร็จแล้วมองออกไปที่กระจกภาพในกระจกสะท้อนเห็นกำลังมีคนยืนฉี่อยู่ที่โถฉี่อันแรก!(หันหลังให้)
นึกว่าตาฝาดเพราะหันไปดูก็ไม่มีอะไร แต่พอไปดูในกระจก ก็เห็นเหมือนเดิม? คืนนั้นเลยไม่ได้อ่านหนังสือกันพอดีพวกขี้เหล้าทั้งหลายที่ชอบไปกินแถวนั้นก็ระวังหน่อยละกัน

เรื่องที่ 5 สมัยนั้นเวลากลางคืนดอยสุเทพยังไม่ปิดความนิยม(ที่ไม่ค่อยดีเท่าไร)อย่างหนึ่งก็คือเวลาเมาๆนักศึกษาทั้งหลายมักจะขับรถขึ้นดอยกันขึ้นไปดูเชียงใหม่ทั้งเมือง ตอนกลางคืนมันสวยดี
(แต่ดันขับรถตอนเมาไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ) วันหนึ่งนักศึกษาจากคณะวิศวะสองคนเพิ่งเลิกจากกังสดาล(แต่ก่อนร้านนี้ฮิตครับ)ครึ้มๆขึ้นมาก็เลยขับรถเลยจากทางเข้า กะขึ้นดอยไปชมเมืองเล่น
คนขับก็ขับไปข้างหลังคนซ้อนก็นั่งไปเมาๆขึ้นมาคนซ้อนก็เลยหลับ(สมัยก่อนแปดสิบเปอร์เซ็นต์นักศึกษาขับแมงกะไซค์ไม่ใช่รถยนต์อย่างทุกวันนี้) ซักพักหนึ่งคนซ้อนก็ตื่น กำลังเข้าโค้งพอดี
เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง แต่คนขับก็ขับเลยผ่านไปด้วยความเป็นสุภาพบุรุษจัด ก็เลยถามคนขับว่า “ทำไมมึงไม่จอดรถลงไปถามหน่อยล่ะ เผื่อเขามีปัญหาอะไร?”
คนขับ “กูไม่จอดด้วยหรอกคนนี้เขารอโบกทุกโค้งเลย เจอมาหลายโค้งแล้ว เดี๋ยวโค้งหน้ามึงกะกูก็เจอเขาอีกแหละ...”

เรื่องที่ 6 : เรื่องพยาบาลในชุดแดงของคณะแพทย์
เห็นเขาเล่าว่ามีนักศึกษาคนนึงของคณะแพทย์อยู่ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอก(ไม่แน่ใจว่าเป็นโรงพยาบาลหรือตึกแพทย์คนเล่าไม่ยืนยันแต่2ตึกนี้ก็ใกล้กันนี่กลับเข้าเรื่องต่อ)
เขาคนนี้ก็ทำงานอยู่จนดึกก็เลยว่าจะลงลิฟต์มาระหว่างที่รอเขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆเขาก็หันไปมองเห็นพยาบาลคนนึงเดินมาเขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ก็ต้องเจอกันบ่อยๆอยู่แล้ว
ระหว่างรอลิฟต์นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ก็เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วยสักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์พยาบาลคนนี้ก็ถามว่ามาทำอะไรดึกๆอย่างนี้
เขาเลยตอบว่ามาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายในเพราะว่าจะสอบพยาบาลคนนี้เลยบอกว่างั้นให้ฉันช่วยนะนักศึกษาคนนี้ก็เลยงงและเริ่มสังเกตว่าคอของผู้หญิงเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ
เขาตกใจมากพยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์แต่ลิฟต์เหมือนค้างหรืออะไรไม่ทราบเลือดไหลนองทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง พร้อมทั้งควักส่วนต่างๆเหล่านี้ออกมารุ่งขึ้นก็มีคนพบชายคนนี้นอนคาอยู่ทางประตูลิฟต์ที่เปิดปิดอยู่แล้วเขาก็เอาแต่ พร่ำเพ้ออย่างคนบ้าว่า "พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง"

เรื่องที่ 7 ผูกคอตายในห้องน้ำของตึกเรียน
เรื่องมีอยู่ว่ามีเรื่องเล่าว่ามีนักศึกษาหญิงในมหาลัยแห่งหนึ่งแถวรังสิตผูกคอตายในห้องน้ำของตึกเรียนตึกหนึ่ง และหลายคืนแล้วที่มีคน ได้ยินเสียงของ นศ.ญ ร้องไห้หรือพบเห็นเธอเป็นประจำ
โดยเฉพาะเห็นเธอในกระจกในห้องน้ำนั้น..จนกลายเป็นเรื่องเล่าของมหาลัย.. วันนึงมี นศ.ชายกลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4 คนกำลังจะเดินกลับหอคนนึงในกลุ่มก็เกิดคึกอยากลอง แต่อีก 3คนไม่กล้า....
คนที่หนึ่งจึงเข้าไปคนเดียวโดยที่เพื่อนๆรออยู่ข้างนอก...นศ.ชายคนนั้นก็ทำเป็นเก่งตะโกนคุยกับเพื่อนข้างนอก... วันนี้ร้อนว่ะเนอะ...” แล้วเค้าก็เอาน้ำล้างหน้าแล้วก็ดูกระจกแล้วก็แต่งผมอยู่ซักพักแล้วก็เดินออกมา. ดูกระจกก็ไม่เห็นมีไรเลยเรื่องเล่าก็แค่เรื่องหลอกเด็ก อากาศมันร้อนกูเลยล้างหน้าซะด้วยเลย..” “ !!! “เฮ้ย มึงเอาน้ำที่ไหนล้างวะ
ห้องน้ำไม่มีคนใช้เค้าเลยตัดน้ำไปนานแล้ว...ไอ้กระจกตรงอ่างก็ด้วยกระจกก็มีคนเคยเอาของเขวี้ยงมันแตกไปนานแล้ว.”

เรื่องที่ 8 ลิฟท์แดง
อ๊าย...เรื่องลิฟท์แดงนี่เรื่องเล่าเยอะมากเห็นว่าเมื่อตอนเหตุการณ์เดือนตุลาน่ะค่ะพวกทหารบุกเข้ามาในมหาวิทยาลัยแล้วพอลิฟท์ตัวนี้เปิดพวกมันก็กระหน่ำยิง คนในลิฟท์ซึ่ง
เป็นอาจารย์และนักศึกษาเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์เมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นแล้ว มหาวิทยาลัยกลับคืนสู่สภาพเดิมมีการบูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ลิฟท์ตัวนั้น
แต่ทีนี้ทำยังไง คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็ไม่ออกเหมือนจะเป็นการประจานการกระทำอันบ้าเลือดและไม่ยุติธรรม

จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วก็ได้มีเรื่องเล่าตามมาว่าหลังจากที่ลิฟท์ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วนั้น ก็ได้มีการนำกลับมาใช้ตามปกติ

แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อนักศึกษาหญิงคนนึงกำลังใช้บริการลิฟท์แดงตามลำพังแต่แล้วเมื่อเธอมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพังหากแต่มีผู้โดยสารลิฟท์ตัวนี้อยู่มากมาย
แล้วยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่านักศึกษาอาจารย์หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างๆได้พบเจอกับอาถรรพ์ของลิฟท์แดงตัวนี้เข้าทำให้มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่
แต่ว่าประตูลิฟท์แดงที่ถูกถอดออกไปตอนนี้ก็ยังตั้งอยู่ที่ชั้น4มาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องที่ 9 วงเวียนธรณี
ต้องขอโทษคนที่ผ่านทางนี้เป็นประจำ(ผมด้วย)จุดนี้มีเรื่องเยอะจริงๆเรื่องนี้นานมาแล้วมีนักศึกษาสองคนกินเหล้าเมากันมาพอมาถึงข้างตึกธรณีคนขี่มองไปทาง ข้างตึกอังกฤษ
เห็นคนหัวขาดยืนอยู่ตกใจจึงหยุดรถขยี้ตาดูอีกทีแล้วสะกิดถามเพื่อนๆบอกไม่เห็นอะไรมองอีกทีก็ไม่มีแล้วหันกลับมาข้างหน้ามีลวดเส็นเล็กๆขึงอยู่ระดับคอห่างออกไปเมตรเดียว ถ้าไม่หยุดรถคง!.....

เรื่องที่ 10 อาคารเรียนรวมแพทย์
มีคนไปอ่านหนังสือกันสองคนพอดึกๆก็ไปซื้อไก่ทอดมากินเสร็จแล้วก็หาที่ล้างมือเจอก้อกน้ำข้างตึกก็ไปล้างมือที่นั่นตอนที่ล้างอยู่เพื่อนอีกคนก็ทำหน้าตกใจมากแต่ยังไม่พูดอะไร
คนที่ทำหน้าตกใจรีบจูงมือเพื่อนกลับมาใต้ตึกแล้วถามว่ารู้มั้ยเมื่อกี้เห็นอะไรอีกคนบอกไม่รู้คนนั้นจึงบอกว่าเห็นผมของอีกคนซึ่งผมยาวชี้ขึ้นมากระจุกหนึ่งเหมือนมีคนจับขึ้นมา
รู้ทีหลังว่าตรงนั้นเป็นที่ล้างศพ!

เรื่องที่ 11 แลปฟิสิกส์
อันนี้ฟังเค้าเล่ามาอีกทีเป็นเรื่องนานมาแล้วเราเองก็มาไม่ทันเรื่องมีว่าเมื่อก่อนตอนที่ตึกเก้าชั้นวิดยายังไม่ได้สร้างแลปฟิสิกส์ของเด็กปี1 ก็ยังทำที่แลปเก่า(น่าจะเป็นตึกฟิสิกส์)
แลปคราวนั้นเป็นแลปเรื่องแสง คนที่เคยเรียนคงรู้ว่าห้องจะมืดเพราะปิดไฟและเป็นแลปมืดจริงๆเพราะทำช่วงค่ำ นักศึกษาหญิงคนนึงก็เข้าห้องแลปแต่พาร์ทเนอร์แลปยังไม่มา
คนอื่นๆก็มากันแล้วเตรียมอุปกรณ์เสร็จเพื่อนก็มาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จาถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบเหลือบเห็นที่คอมีรอยแผลเป็นทางยาวเธอจับไหล่เพื่อนถามว่าไปโดนอะไรมา
เพื่อนเงยหน้าขึ้นมาแล้วหัวหลุดกลิ้งไปกับพื้น ผู้หญิงร้องกรี้ดแล้ววิ่งออกมาสลบตรงระเบียง
ฟื้นมามียามกับรุ่นพี่สองสามคน ถามว่าไม่รู้เหรอว่าวันนี้แลปงดเพราะเมื่อเช้ามีนักศึกษาในเซครถคว่ำตาย เพื่อนเลยไปงานศพช่วงค่ำกันหมดสอบถามชื่อได้ความว่าคืดพาร์ทเนอร์แลปของเธอนั่นเอง!
ส่วนคนที่เจอในห้องแลปทุกคนล้วนแต่ไร้ชีวิต

เรื่องที่ 12 ทางเดินคณะวิดวะ
มีคนสี่คนเข้าไปเล่นผีถ้วยแก้วตรงทางเดินยาวตรงข้ามหอ5ชายวันนั้นฝนตกด้วยมีผีผู้ชายเข้ามาพอถามว่าชื่ออะไรไม่ตอบถามว่ามาคนเดียวใช่รึไม่ใช่ก็ตอบว่าไม่ใช่จึงถามต่อว่ามากันเท่าไหร่
เค้าก็ตอบว่าเก้า

รายการบล็อกของฉัน