ค้นหา

ที่นี่มีผี..รวมเรื่องลึกลับสยองขวัญสั่นประสาทตาเหลือกตากลับ
บางทีก็น่ากลัวบางทีก็ไม่น่ากลัวรวมๆกันไป
ที่นี่เปิด รับทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีๆวิญญาณ
ท่านใดชอบเรื่องผีหรือมีคลิปผีถ่ายติดวิญญาณ.. น่าสนใจ..
ติดต่อส่งตั้งกระทู้มาที่ ghost-in-manman ด้านข้างครับ
แนะนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเชิญได้ครับ
ดูเว็บ ghost-in-manman แล้วหาความรู้เพิ่มเติม..ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ครับ
สุดท้ายขอขอบคุณเพื่อนๆที่ให้ความสนใจและ ให้ข้อมูลเรื่องน่ากลัวๆเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณ มาทางเราจะนำมาลงให้อ่านกันในครั้งต่อไปนะครับ.....
อย่าลืมดูเว็บ ghost-in-manman

chat love manman1

chat love manman 2

chat love manman 3

chat love manman 4

chat love manman 5

chat love manman6

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สยอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สยอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

อิสตานา วูดนึก เป็นคฤหาสน์วังสยองหลอน700ศพ ( สถานที่สุดเฮี้ยนในสิงค์โปร์ )


อิสตานา วูดนึก เป็นคฤหาสน์วังสยองหลอน700ศพ ( สถานที่สุดเฮี้ยนในสิงค์โปร์ )

ประวัติศาสตร์สงครามมีได้ทั่วทุกมุมโลกการล้มตายจากการฆ่าการทำสงครามมันก็ฟังแน่นเป็นตำนานเล่าต่อกันมาแต่
อิสตานา วูดนึก(Istana Woodneuk)
คฤหาสน์สยองหวัง 700 ศพนี้มีที่มาจากสงครามญี่ปุ่นถึงระเบิดใส่จนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตถึง 700 คนนี่จึงเป็นที่มาของอิสตานา วูดนึก เป็นคฤหาสน์วังหลอน700ศพ


เรามาเข้าดูรายละเอียดกันเลยดีกว่านะครับ

อิสตานา วูดนึก เป็นคฤหาสน์ 2 ชั้น ตั้งอยู่ในสวนไทเยอร์ซอลล์ (Tyersall Park) สร้างขึ้นครั้งแรกช่วงกลางทศวรรษ 1800 เพื่อเป็นบ้านพักของนักธุรกิจชาวอังกฤษชื่อ กัปตัน จอห์น ดิลล์ รอสส์ (Captain John Dill Ross)


ครั้นแล้วในปี 1860 ที่ดินรวมทั้งคฤหาสน์ของกัปตันรอสส์ก็ถูกขายให้กับเจ้าของใหม่ คือ สุลต่านอบูบักร์แห่งยะโฮร์ (Sultan Abu Bakar of Johor) ขณะยังทรงเป็นเพียงบุตรชายเสนาบดีกลาโหมแห่งรัฐยะโฮร์ และมีความสัมพันธ์อันดีกับชาวอังกฤษ 

เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสุลต่านแห่งยะโฮร์ คฤหาสน์ที่พระองค์ทรงครอบครองจึงยกสถานะขึ้นเป็น อิสตานา (วัง) จากที่เคยเรียก Woodneuk House ที่นี่ก็ได้ชื่อใหม่ว่า Istana Woodneuk มาตั้งแต่นั้น


ก่อนจะเสด็จสวรรคตในปี 1895 สุลต่านอบูบักร์ทรงทำพินัยกรรมมอบวังแห่งนี้ให้พระมเหสีลำดับที่ 4 คือ สุลตานา คอดีญะฮ์ (Sultana Khadijah) ซึ่งพระนางประทับอยู่ที่นี่จวบจนวาระสุดท้ายในอีก 9 ปีให้หลัง วังแห่งนี้จึงเป็นที่มรดกตกทอดสู่ สุลต่านอิบรอฮีมแห่งยะโฮร์ (Sultan Ibrahim of Johor) พระราชโอรสและรัชทายาทของสุลต่านอบูบักร์ผู้ล่วงลับ

สุลต่านพระองค์ใหม่ทรงเป็นผู้คลั่งไคล้วัฒนธรรมอังกฤษมาก พระองค์ไม่เพียงส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหราชอาณาจักรและสนับสนุนให้ยะโฮร์เป็นเมืองขึ้นอังกฤษต่อไปเท่านั้น 

หากยังทรงมีพระมเหสีเป็นแหม่มชาวสกอต ในรัชสมัยของอิบรอฮีมนี่เองที่มีการทุบอิสตานา วูดนึก หลังเดิม และสร้างขึ้นใหม่ในวาระที่พระองค์ครองราชย์เป็นประมุขแห่งยะโฮร์มาครบ 40 ปีเต็ม และว่ากันว่าพระองค์ตั้งพระทัยมอบวังหลังใหม่ให้เป็นของขวัญแด่พระมเหสีชาวต่างชาติของพระองค์


อิสตานา วูดนึก คงไม่มีกิตติศัพท์ด้านสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ ถ้าหากว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ขยายวงรบมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 1942 ที่ญี่ปุ่นเปิดฉากโจมตีสิงคโปร์ของอังกฤษจนเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ สุลต่านและเชื้อพระวงศ์ยะโฮร์ต่างทอดทิ้งวังแห่งนี้ พร้อมทั้งมีพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็นฐานทัพทหารฝ่ายอังกฤษ ตามด้วยโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ


เล่าลือกันว่าในระหว่างการทิ้งระเบิดปูพรมของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งลือชื่อในเรื่องความโหดเหี้ยมไร้ซึ่งปรานี ระเบิดลูกหนึ่งพลัดตกลงมาในบริเวณอิสตานา วูดนึก เป็นเหตุให้ผู้คนกว่า 700 ชีวิตต้องสังเวยเลือดเนื้อในยุคสมัยที่เลวร้ายที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์สิงคโปร์ และมอบตำนานขนหัวลุกให้กับวังเก่าของราชวงศ์ยะโฮร์สืบมาจนปัจจุบัน

ลองมาดูโชว์เคสของ Happy shopping บน TikTok สิ! https://vt.tiktok.com/ZMrB1DPgL/?page=TikTokShop




วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

สุดสยองลุงออสเตรียเมื่อลุงออสเตรียสารภาพ ฆ่าหั่นศพสาว แล่เนื้อแช่เย็นไว้ทำอาหารกิน

สุดสยองลุงออสเตรีย

สุดสยองลุงออสเตรีย...เมื่อลุงออสเตรียสารภาพ ฆ่าหั่นศพสาว แล่เนื้อแช่เย็นไว้ทำอาหารกิน...

การนี้เป็นเหตุการณ์สยองขวัญสะเทือนอารมณ์ข่าวจากต่างประเทศย้อนหลังไปเมื่อหลายปีที่แล้วเป็นข่าวโด่งดังระดับประเทศเลยครับ

ข่าวชวนสยองขวัญสร้างความตกตะลึงแก่ชาวบ้านชาวเมืองตามละเอียดข่าวข้างล่างนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายวัย 63 ปีชาวออสเตรียยอมรับสารภาพ ฆ่าหั่นศพหญิงสาวคนหนึ่ง และเก็บเนื้อส่วนหนึ่งแช่เย็นเอาไว้เพื่อกินทีหลัง...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 2 พ.ค. ที่แล้วว่า...เวเรนา สตรานาด อัยการออสเตรีย

บอกกับผู้สื่อข่าวว่าชายชาวกรุงเวียนนาวัย 63 ปี ผู้ต้องสงสัยก็คดีฆาตกรรมผู้หญิงคนหนึ่งที่อพาร์ตเมนต์ของเขาเมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค. และหั่นศพเธอเป็นชิ้นๆ 

ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือแล้ว และบอกด้วยว่าเขาเก็บเนื้อบางส่วนของหญิงคนนี้ไว้ในตู้แช่เย็นเพื่อเอาไว้กินในภายหลังด้วย 

เมื่อช่วงกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนลำตัว, ศีรษะ และอื่นๆ ของผู้หญิงคนนี้ที่บริเวณทะเลสาบ น็อยซีเดิล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเวียนนา ที่ตั้งกระท่อมและเรือของผู้ต้องสงสัย สุนัขตำรวจยังพบร่องรอยเลือดใกล้กระท่อมดังกล่าวด้วย 

ต่อมาตำรวจเข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ของผู้ต้องสงสัย และพบชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในตู่แช่เย็น 

ตอนนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนคดีอาชญากรรมออสเตรียกำลังสืบสวนในระดับนานาชาติเพื่อระบุตัวผู้เสียชีวิตรายนี้

ซึ่งเชื่อว่าเป็นหญิงอายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างผอม ความสูงระหว่าง 155 ซม.ถึง 165 ซม. และเชื่อว่าเธอพบกับคนร้ายใกล้สถานีรถไฟเวียนนาตะวันตก

ข่าวนี้อาจจะเป็นข่าวที่สร้างความสยดสยองพองขนอาจจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เพิ่งจะมาโผล่ให้เห็นหลักฐานก็ได้มันอาจจะฆ่าคนมาแล้วหลายคน ฆ่าเสร็จแล้วก็กินเนื้อเลียปากอร่อยไป

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ลบยันต์ที่ประตู เลยเจอดี!!

ยันต์
เราเคยอยู่ห้องเช่ากับเพื่อนผู้หญิงที่หน้าโรงพยาบาลทหารเรือ ตอนที่ย้ายเข้าไปเจ้านายซึ่งเป็นคนเลือกห้องให้ อำเล่นโดยการคุยกับเพื่อนเขาให้เราได้ยินว่า "เฮ้ย ไอ้นักร้องคนนั้นที่มันตายในห้องมันผูกคอตายหรือแทงตัวตายวะ" เราเลยพูดแทรกเจ้านายว่า อย่าอำเสียให้ยากเลย เราไม่มีความเชื่อเรื่องนี้หรอก ไม่กล้วจ้า และเมื่อเราย้ายของเข้าไป ตอนนั้นงงมาก ว่าทำไมห้องนี้มันร้างมานานหรือยังไงเนี่ย เพราะฝุ่นที่พื้นเยอะมาก และที่สำคัญวงกบประตูห้องน้ำซึ่งเป็นไม้ มีปลวกขึ้นจนมีขุยดินซึ่งเกิดจากปลวกเยอะมาก ถ้ามีคนอยุ่เวลาอาบน้ำ ดินจะถูกล้างออกไป หรือไม่ ปลวกก็คงเสนอหน้าออกมาอย่างนี้ไม้ได้ แต่ก็แค่สงสัยเท่านั้นว่าตึกใหม่ๆ อย่างนี้ และเจ้าของเองก็บอกว่า

ห้องมักจะเต็มตลอด เอทำไมห้องนี้เหมือนร้างมานาน วันแรกที่ย้ายของเข้าไปก็ทำความสะอาดกันยกใหญ่ เราถูพี้นด้วยมือตัวเอง นั่งคุกเข่าถู ถู และถู ไปเรื่อยๆ จนวนไปถึงประตูห้อง ก็เลยถือโอกาสเช็ดประตูไปด้วย โดยเริ่มเช็ดจากล่างขึ้นบน จนไปถึง..เอ แป้งอะไรหว่าติดประตู ก็ไม่ทันคิดอะไร ยังคงถูสุงขึ้นเรื่อยๆ จนสงสัย แป้งอะไรวะ เลยยืนและถอยหลังออกมาดูระยะห่างพอสมควร อ้าว ซวย นี่มันยันต์นี่หว่า แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่เพียงว่า คงจะมียันต์ที่ประตูทุกห้องมั้ง ตอนเราย้ายเข้ามา ไม่ทันสังเกตุ แต่พอคืนแรกที่ย้ายเข้าไป กลางดึก เพื่อนบอกว่า ตัวเอง ขอเปิดไฟนอนได้มั้ย ?? เราก็บอกว่าปกติเธอเปิดไฟนอนเหรอ เพื่อนบอกเปล่า เราก็เลยถามว่า แล้วจะเปิดทำซากอะไร กลัวเราเหรอ ผีน่ากล้วกว่าเรานะ เพื่อนรีบเอามือปิดปาก แล้วบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เล่าให้ฟัง พอรุ่งเข้าต่างคนต่างรีบไปทำงานก็เลยไม่ได้คุยกัน จนตอนเย็นเพื่อนบอกว่า วันนี้จะไปค้างกับเพื่อนที่หน้ารามฯ นะ อ้าว นอกจากจะไม่เล่าเรื่องเมื่อคีนแล้วยังทิ้งตูอีก ก็ช่างเหอะ เราก็กลับห้องพักคนเดียว นอนคนเดียวก็ไม่เห็นมีอะไร แต่เพื่อนที่อยุ่ด้วยกันเธอชอบทำท่าประหลาด
ชอบถามว่าเคยเจออะไรมั้ย แต่ไม่ยอมเล่าว่าเจ้าหล่อนเจออะไร แต่เจ้าหล่อนมักจะไม่ยอมนอนค้างกับเราในคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ โดยให้เหตุผลว่าต้องไปนอนกับเพื่อนที่หน้ารามฯ จนมีอยุ่วันหนึ่ง ขณะที่ล้มตัวลงนอน แต่ยังไม่หลับ เราก็มองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อยในความมืด จนตาเริ่มชินกับความมืดจึงเห็นสิ่งของบ้าง แต่ไม่ชัดเจนนัก มองไปเรื่อยเปื่อยจนไปหยุดอยู่ที่พัดลมติดเพดาน ก็สงสัยว่า เอทำไมพัดลมมันห้อยลงมานิดๆ นะ คือทำท่าจะหลุดจนเห็นสายไฟของตัวพัดลมซึ่งร้อยติดอยู่กับเพดาน เอ..มันน่าจะมีสาเหตุจากการที่ต้องถูกดึงรั้งจากอะไรสักอย่างที่หนักเอาการ มันถึงห้อยลงมาแบบนี้ เท่านั้นแหละ เจอเลย เรานอนหงายลืมตาอยู่แต่ทุกอย่างมืดสนิท ในความมืดนั้น ยังมีมืดกว่าอีกและรับรู้ได้ว่ามีบางอย่าง บางสิ่ง เป็นผุ้หญิง นอนลอยเหนือเราอยู่ หน้าแทบจะชนกับจมูกเรา เรากลัวจนไม่กล้ากระดิกตัว ถามตัวเองว่า นี่ใช่ผีหลอกอย่างที่คนอื่นเขาพูดกันหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่แล้วเป็นอะไรล่ะ เราจึงนอนอยุ่นิ่งๆ

ตั้งสติแล้วพยามยามคิดว่าคงเป็นเงาของอะไรสักอย่าง แต่ทำไมเรารุ้สึกว่า เงามืดนั้นเศร้ามากและโกรธแค้นอะไรสักอย่าง จึงตั้งสติใหม่และบอกกับสิ่งนั้นว่า เราและคุณไม่เคยรู้จักกัน และเราเองไม่เคยทำร้ายคุณเลย คงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่คุณจะมาทำร้ายเรา หรือทำให้เรากลัวจนแทบตาย ดังนั้น หากคุณจากโลกนี้ไปด้วยความทุกข์และความเศร้า ก็อย่าเพิ่มความทุกข์ให้ตัวเองด้วยการมาทำร้ายเราเลย มันบาปนะ หรือถ้าต้องการให้เราช่วยเหลืออะไร ก็มาดีๆ มาทางความฝันเถอะ จะได้คุยกันได้ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงเราจะช่วย เงานั้นจึงค่อยๆ จางลงไป จนเรามองเห็นพัดลมเหมือนเดิมก่อนที่เธอจะมา พอหายจากอาการนั้นแล้ว เราจึงเผ่นไปเปิดไฟนอน เออ อย่างนี้นี่เอง เพื่อนมันถึงขอให้เราเปิดไฟนอน เราอยู่ห้องนั้นต่อไปคนเดียวโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรอีกเลย ทั้งๆที่ไม่ได้ไปทำบุญให้เธอผู้นั้น หรือฝันถึงเธอผู้นั้นอีก จนเราเองคิดไปว่า เหตุการณ์ที่เราเจอคงเป็นเรื่องของการนอนทับเส้นประสาทอะไรสักอย่างของเรามากกว่าเรื่องของวิญญาณ จนผ่านไปหลายปี เราย้ายห้องพักไปอยู่ที่ใหม่ มีอยู่วันหนึ่งขณะนั่งเล่นอยู่ที่ศาลานั่งเล่น ก็มีผู้เช่าห้องหลายคนมานั่งคุยกัน คุยกันหลายเรื่องจนถึงผู้หญิงคนหนึ่งเธอเล่าว่า เพื่อนของเธอเป็นนักร้อง และมีผู้ชายมาติดพัน ขอเลี้ยงดูเป็นเมียลับๆ

จนกระทั่งนักร้องคนนั้นท้องได้ 2 เดือน พอผู้ชายรู้เข้าก็หายหน้าไปเลย นักร้องคนนั้นจึงโทร.ไปตามและขู่ว่าถ้าไม่มาคืนนี้จะผูกคอตาย เมื่อรอจนผู้ชายไม่มา นักร้องคนนั้นจึงได้ผูกคอตายจริงๆ เพื่อนๆ ไปพบศพของเธอห้อยอยู่กับพัดลมติดเพดาน 3 วันหลังเธอตาย เรากลืนน้ำลายดังเอี๊อก ถามเล่นๆว่า นักร้องคนนั้นอยู่อพาร์ทเม้นท์ชื่ออะไร ผุ้หญิงคนนั้นตอบชื่อ...... เราถามต่อไปว่าห้อง 503 หรือเปล่า เธอถามเรากลับว่ารู้เบอร์ห้องได้อย่างไร เราตอบว่า อิฉันพึ่งย้ายออกมาจากห้องนั้นค่ะ แต่ววววว !!!!!!!!!

รายการบล็อกของฉัน