Custom Search
ที่นี่มีผี..รวมเรื่องลึกลับสยองขวัญสั่นประสาทตาเหลือกตากลับ
บางทีก็น่ากลัวบางทีก็ไม่น่ากลัวรวมๆกันไป
ที่นี่เปิด รับทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีๆวิญญาณ
ท่านใดชอบเรื่องผีหรือมีคลิปผีถ่ายติดวิญญาณ..น่าสนใจ..
ติดต่อส่งตั้งกระทู้มาที่ ghost-in-manman ด้านข้างครับ
แนะนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเชิญได้ครับ
ดูเว็บ ghost-in-manman แล้วหาความรู้เพิ่มเติม..ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ครับ
สุดท้ายขอขอบคุณเพื่อนๆที่ให้ความสนใจและให้ข้อมูลเรื่องน่ากลัวๆเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณ มาทางเราจะนำมาลงให้อ่านกันในครั้งต่อไปนะครับ.....
อย่าลืมดูเว็บ ghost-in-manman

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

เปิดตำนานผีกระสือกลับมาหลอนอีกครั้ง

ผีกระสือ

'ผีกระสือ' 'อมตะ' ไม่แพ้ปอบ!
ขนาดมีข่าวใหญ่ด้านความมั่นคงชายแดน-ด้านการเมือง ขนาดมีทั้งม็อบเหลือง-ม็อบแดงรวมพล เมื่อวันก่อนเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับ “ผี” ก็ยังสามารถเบียดแทรกพื้นที่ความสนใจของคนไทยได้
เรื่อง “นกแสก-นกผี” ยังไม่ทันจางจากกระแส
เรื่อง “ผีกระสือ” ก็โผล่มาแข่งความหลอน ?!?
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว ที่ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี มีข่าวว่ามีหลายคนพบเห็นดวงไฟประหลาดที่เชื่อกันว่าเป็น “ผีกระสือ” และกล้องวงจรปิดของโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ก็สามารถจับภาพไว้ได้ด้วย ซึ่งตอนนั้นก็มีรายงานข่าวว่าเมื่อลองซูมภาพดวงไฟดูก็พบว่ามีลักษณะคล้ายรูปหน้าหญิงชรา และหลังจากหญิงชรารายหนึ่งที่ถูกสงสัยเสียชีวิตลง ดวงไฟประหลาดก็ไม่ปรากฏให้ใครเห็นอีก แล้วเรื่องหลอนนี้ก็เลือน ๆ ไป...

ล่าสุดปีนี้ การพบเห็นดวงไฟประหลาดที่เชื่อกันว่าเป็น “ผีกระสือ” ก็มาเกิดขึ้นอีกที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จากรายงานข่าวก็มีผู้พบเห็นหลายคน บางคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเคลื่อนไหวของดวงไฟไว้ได้ด้วย และก็มีผู้ที่ถูกสงสัย ซึ่งกับกรณีของดวงไฟที่อยุธยานี้จะพิสูจน์ได้-ไม่ได้...ก็ว่ากันไปอย่างไรก็ตาม ว่ากันถึงความเชื่อของคนไทยเกี่ยวกับ “ผีกระสือ” ในภาพรวม ก็ถือเป็นความเชื่อเกี่ยวกับผีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ที่คงอยู่อย่างต่อเนื่องยาวนานมาจนทุกวันนี้ คล้ายกับกรณี “ผีปอบ” ซึ่งกับเรื่องของผีกระสือนี้จากข้อมูลใน วิกิพีเดีย สารา นุกรมเสรี ว่าไว้ว่า... กระสือเป็นชื่อผีชนิดหนึ่งที่เชื่อว่าสิงในตัวผู้หญิง และยังมีผีอีกชนิดหนึ่งที่เชื่อคู่กันมากับผีกระสือ นั่นก็คือ “ผีกระหัง” ซึ่งเชื่อว่าสิงในตัวผู้ชาย

กล่าวเฉพาะ “ผีกระสือ” ที่เชื่อกันว่าจะสิงอยู่ในผู้หญิงนั้น โดยภาพความเชื่อส่วนใหญ่มักจะเป็นหญิงชรา พอกลางคืนก็ถอดหัวและตับไตไส้พุงออกจากตัวล่องลอยไปหากินของสดของคาว-ของสกปรก โดยจะ “มีแสงเรือง ๆ” ด้วย และสมัยก่อนก็เชื่อกันว่าบ้านไหนมีผู้หญิงคลอดลูกใหม่ ๆ กลิ่นคาวของเลือดอาจชักนำผีกระสือมากินตับไตไส้พุงของหญิงที่คลอดลูกหรือของทารกที่คลอด บ้านคนไทยสมัยก่อนมักจะยกใต้ถุนสูง ก็จะมีการเอา “หนามพุทรา” มากั้นไว้ที่ใต้ถุนบ้าน บริเวณที่มีร่องมีรู เพื่อป้องกันกระสือ
เพราะเชื่อกันว่าผีกระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้ ?!?
และยังมีความเชื่ออีกว่า...ถ้าตากผ้าทิ้งไว้ในเวลากลางคืน แล้ว เช้าขึ้นมาพบว่าผ้านั้นปรากฏรอยเปื้อนของสดของคาวเป็นดวง ๆ นั่นเป็นรอยที่ผีกระสือมาเช็ดปาก ซึ่งถ้านำผ้านั้นไปต้ม ใครที่ถูกผีกระสือสิงจะปวดแสบปวดร้อนปาก จะทุกข์ทรมานจนทนไม่ไหว จนต้องมาขอร้องไม่ให้ต้มต่อไป และต่อให้รู้ว่าใครถูกผีกระสือเข้าสิง การจะไล่ผีให้ออกจากร่างเหมือนคนถูกผีทั่ว ๆ ไปสิง ก็เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้
เชื่อกันว่า...ผีกระสือจะออกจากร่างคนที่เข้าสิงก็ต่อเมื่อคนที่ถูกสิงนั้นเสียชีวิตแล้ว และก็เชื่อกันอีกว่า...คนที่ถูกผีกระสือสิงนั้นต่อให้ป่วยหนัก-เจ็บหนักแค่ไหนก็จะไม่เสียชีวิตง่าย ๆ จนกว่าจะมีผู้มาสืบทอด

การเป็นผีกระสือเสียก่อน ซึ่งการสืบทอดก็ทำโดยการเอา “น้ำลาย” ให้กิน แล้วคนที่กินก็จะเป็น “ทายาทกระสือ”ก็จะเห็นได้ว่าเป็นความเชื่อที่เป็นเรื่องเป็นราวทีเดียวอาจเพราะเป็นความเชื่อที่เป็นเรื่องเป็นราว อีกทั้งยังเป็นความเชื่อที่สืบทอดต่อเนื่อง ความเชื่อเรื่องกระสือนี้จึงมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยโบราณหลายประการ และคำว่า “กระสือ” ก็ถูกยึดโยงเข้ากับหลาย ๆ สิ่ง ยกตัวอย่างเช่น... พืชสมุนไพรอย่าง “ไพล” มีอยู่ชนิดหนึ่งที่เรืองแสงได้ในที่มืด คนโบราณเรียกว่า“ว่านกระสือ” หรือกล้วยที่แคระแกร็นทั้งเครือ ก็ถูกเรียกว่า “กล้วยกระสือดูด” อย่างนี้เป็นต้นทั้งนี้ ว่ากันในภาพรวมเกี่ยวกับ “ความเชื่อเรื่องผีของคนไทย” ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นผีกระสือหรือผีอะไร ในปัจจุบันนี้ กับคนไทยรุ่นใหม่ ๆ หรือแม้แต่วัยรุ่นที่ติดเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ กันงอมแงม ก็ยัง “เชื่อเรื่องผี” กันทั่วไป จึงไม่แปลกที่หนังผี-ละครผียังมีคนนิยมดูมาก และก็ยังมีคน “กลัวผี” กันมาก

กับการที่คนไทยเชื่อเรื่องผีกันต่อเนื่องเป็นรุ่น ๆ นี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เคยระบุผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ไว้ สรุปได้ว่า... แม้แต่ในเมืองใหญ่ ในเมืองที่มีความเจริญสูง ก็ยังมีความเชื่อเรื่องนี้อยู่ ซึ่งสะท้อน ให้เห็นว่าความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผี ๆ ยังฝังลึกอยู่ แต่ก็เป็นเรื่อง ธรรมดา เพราะแม้แต่ในประเทศที่พัฒนามากแล้วก็ยังมีกลุ่มความเชื่อทำนองนี้อยู่เช่นกัน ซึ่งอาจมีสาเหตุเพราะวิทยาศาสตร์ไม่สามารถ ตอบคำถามได้ทุกเรื่อง คนบางกลุ่มเลยจำเป็นต้องอาศัยจินตนาการมาเป็นคำตอบในช่องว่างเหล่านั้น

“หากเชื่อมากไปก็ย่อมจะไม่ส่งผลดีต่อการใช้ชีวิต” “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ถูกหรือไม่ถูก แต่อยู่ที่จะสามารถปรับทิศทางความเชื่อให้อยู่ในด้านบวกได้หรือไม่ ?” ...นพ.ทวีศิลป์ระบุไว้ให้พิจารณากัน
หลัง ๆ มานี่ “ผีกระสือ” หวนกลับมา “หลอนถี่”
กับเรื่องผี ๆ นี้ก็ย่อมสุดแท้แต่ใครจะเชื่อ-ไม่เชื่อ
ที่สำคัญคือ...อย่าให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน !!.

รายการบล็อกของฉัน