Custom Search
ที่นี่มีผี..รวมเรื่องลึกลับสยองขวัญสั่นประสาทตาเหลือกตากลับ
บางทีก็น่ากลัวบางทีก็ไม่น่ากลัวรวมๆกันไป
ที่นี่เปิด รับทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีๆวิญญาณ
ท่านใดชอบเรื่องผีหรือมีคลิปผีถ่ายติดวิญญาณ..น่าสนใจ..
ติดต่อส่งตั้งกระทู้มาที่ ghost-in-manman ด้านข้างครับ
แนะนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเชิญได้ครับ
ดูเว็บ ghost-in-manman แล้วหาความรู้เพิ่มเติม..ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ครับ
สุดท้ายขอขอบคุณเพื่อนๆที่ให้ความสนใจและให้ข้อมูลเรื่องน่ากลัวๆเรื่องประสบการณ์ทางวิญญาณ มาทางเราจะนำมาลงให้อ่านกันในครั้งต่อไปนะครับ.....
อย่าลืมดูเว็บ ghost-in-manman

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

ตามหาไอ้ตีนโต มนุษย์วานรดึกดำบรรพ์

อีกครั้งหนึ่งที่ชาวมาเลเซียได้พบเห็นสัตว์กึ่งลิงกึ่งมนุษย์ รูปร่างสูงใหญ่ มีขนยาวรุงรัง ในบริเวณป่าของ รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2005 ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่หมู่บ้านกำปัง มาไว, โกตา ติงจิ คนงานสามคนเห็นสัตว์กึ่งลิงกึ่งมนุษย์จำนวนสามตัว ตัวหนึ่งยังเล็กอยู่ ขณะกำลังขุดบ่อเลี้ยงปลา ไม่นานนักพวกมันก็จากไปโดยทิ้งรอยเท้าและขนไว้ รอยเท้าตัวหนึ่งมีขนาด 45 เซนติเมตร รูปร่างหน้าตาของสัตว์ดังกล่าวจากภาพสเก๊ตช์ตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็นคล้ายกับ "ไอ้ตีนโต"
 (Big Foot) มนุษย์วานรที่พบเห็นในอเมริกาเหนือ

รายงานการเห็นไอ้ตีนโตในป่าทึบของรัฐยะโฮร์มีมาตั้งแต่ปี 1954 แล้ว โดยสองครั้งหลังสุดเกิดขึ้นในปี 1995 และปี 2000 เดือนมกราคม ปี 1995 ชาวบ้านแจ้งว่าพบไอ้ตีนโตในป่าทึบของรัฐยะโฮร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของมาเลเซียระดมพลออกค้นหามันในบริเวณกว้างหลายพันตารางไมล์ แต่ทว่าคว้าน้ำเหลว แต่ก็พบรอยเท้าใหม่ๆ ของมัน

อีกครั้งหนึ่งในเดือนมกราคม ปี 2000
ที่ป่าในรัฐยะโฮร์เช่นกัน เหลียง ฉง เซิน ชายวัย 50 ปี อ้างว่าเห็นไอ้ตีนโตสองตัวขณะกำลังทำงานอยู่ในอยู่สวน เขาเล่าว่า อยู่ห่างจากไอ้ตีนโตเพียง 10 เมตรและทัศนวิสัยก็ดีเยี่ยม ไอ้ตีนโตตัวแรกสูงราว 1.83 เมตร ขนยาวสีดำทั่วตัวรวมทั้งที่ใบหน้าด้วย ตัวที่สองสูงราว 1.52 เมตร ขนสีน้ำตาล

"หัวใจผมเต้นเร็วมาก เมื่อเห็นทั้งสองตัวยืนอยู่ใกล้ต้นยาง เพราะกลัวว่ามันจะเข้ามาทำร้าย" เหลียง ฉง เซิน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเรื่องที่ค่อนข้างประหลาดนี้เป็นไปได้หรือไม่ หลายคนอาจไม่เชื่อ แต่วินเซนต์ โชว ที่ปรึกษาของ Malaysian Nature Society (MNS) ของรัฐยะโฮร์ เชื่อว่าไอ้ตีนโตมีอยู่จริงในรัฐยะโฮร์ เขาให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเบอร์นามา ของมาเลเซีย ว่า

"บิ๊กฟุตมีอยู่จริง เราได้รับรายงานจากคนจำนวนมากว่าเห็นมันในป่าที่ทันจุง เพียไอ, เมอร์ซิง คาฮัง, วนอุทยานแห่งชาติเอ็นดัว

"รอมปินและโกตา ทิงจิ" และว่า นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไอ้ตีนโตเป็นทรัพย์สมบัติพิเศษของยะโฮร์ซึ่งต้องปกปักรักษาไว้ โชวประมาณว่า ไอ้ตีนโตมีความสูงระหว่าง 8-10 ฟุต มีขนสีน้ำตาลโดยดูจากขนที่ร่วงบนพื้นซึ่งมีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นรักแร้ของมนุษย์

จากคำบอกเล่าของผู้เผชิญหน้าระยะใกล้นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 เป็นต้นมา มีรายงานการพบเห็นไอ้ตีนโตในหลายส่วนของโลก คือ ในอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และเอเชีย ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งชาวพื้นเมืองเรียกไอ้ตีนโตที่นั่นว่า "เยติ" มนุษย์หิมะตีนโต ข้อมูลจากการพบเห็นในอเมริกาเหนือแสดงว่าไอ้ตีนโตมีความสูงประมาณ 7-9 ฟุต และมีน้ำหนักอยู่ในระหว่าง 600-900 ปอนด์

ปัจจุบันประเทศที่มีรายงานการพบเห็นไอ้ตีนโตมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกาซึ่งมีเกือบทุกรัฐ ยกเว้นรัฐเดลลาแวร์และฮาวาย นักวิจัยไอ้ตีนโตบอกว่า การพบเห็นไอ้ตีนโตในอเมริกาเหนือมีมานานกว่า 400 ปีแล้ว ชาวอินเดียนแดงในบริติช โคลัมเบีย เรียกมันว่า "Sasquatch" ซึ่งมีความหมายว่า "ลิงยักษ์" รายงานการพบเห็นที่เก่าแก่ที่สุด คือรายงานของเดวิด ทอมสัน พ่อค้าชาวแคนาดาเมื่อปี 1811 เขาพบรอยเท้าประหลาดบนหิมะขนาดยาว 14 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว และมีนิ้วเท้าเพียง 4 นิ้ว
ภาพลวงโลกของโรเจอร์ แพตเตอร์สัน
ในขณะที่เรื่องราวของไอ้ตีนโตได้รับความสนใจจากสาธารณชน ก็มีคนเล่นตลกกับเรื่องนี้ ในปี 1967 ชาวอเมริกันก็ได้ฮือฮากันกับภาพไอ้ตีนโตขณะกำลังเดินไปตามร่องลำธารในป่าตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียที่ โรเจอร์ แพตเตอร์สัน ถ่ายไว้ได้ด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาด 16 มิลลิเมตร

ทว่าภายหลังมีผู้จับได้ว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ไอ้ตีนโตในภาพคือ ไคลด์ ไรน์เก้ สวมชุดลิงกอริลลาตบตาชาวโลก ต่อมายังพบว่ามีการหลอกลวงด้วยการทำรอยเท้าไอ้ตีนโตขึ้นมาอีกหลายราย และมีรายงานพร้อมภาพถ่ายที่ทำขึ้นคล้ายกับที่แพตเตอร์สันเคยทำออกมามากมาย ทำให้เรื่องราวของไอ้ตีนโตในอเมริกาเหนือขาดความน่าเชื่อถือจากสาธารณชน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในอเมริกาเหนือก็ยังมีผู้สนใจเรื่องราวของไอ้ตีนโตกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักมานุษยวิทยาหลายๆ คนที่คิดว่ามันเป็นไปได้ ในสหรัฐมีองค์กรศึกษาไอ้ตีนโตเกือบทุกรัฐ และมีทีมค้นหาไอ้ตีนโตกันอย่างเอาจริงเอาจัง

ภาพวาดลิงยักษ์ giganto
ในปีนี้ทีมค้นหาจะปฏิบัติการที่รัฐฟลอริดาในระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม รัฐจอร์เจีย 2-5 กุมภาพันธ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย 2-5 มีนาคม รัฐอริโซนา 30 มีนาคม-2 เมษายน รัฐโอไฮโอ 27-30 เมษายน รัฐโอเรกอน 25-28 พฤษภาคม รัฐวิสคอนซิน 22-25 มิถุนายน รัฐนิวยอร์ก 27-30 กรกฎาคม

มีทฤษฎีหลากหลายที่อธิบายเรื่องราวของไอ้ตีนโต ทั้งทฤษฎีที่ชี้ว่าเป็นไปไม่ได้และทฤษฎีที่ชี้ว่าเป็นไปได้ หนึ่งในทฤษฎีที่ชี้ว่าเป็นไปไม่ได้คือ ทฤษฎีหมี ทฤษฎีนี้อธิบายว่าไอ้ตีนโตที่เห็นกันแท้จริงแล้วเป็นหมีขนาดใหญ่ซึ่งทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจผิด ส่วนทฤษฎีที่เป็นไปได้มีอยู่สองทฤษฎี ทฤษฎีแรกคือ "Bigfoot-Giganto Theory" ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักมานุษยวิทยาและนักไพรเมทวิทยา

ทฤษฎีนี้อธิบายว่า ไอ้ตีนโตคือลิงเอปยักษ์ญาติของลิงเอปยักษ์ "Gigantopithecus" ซึ่งเชื่อกันว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ทว่ายังคงมีชีวิตรอดอยู่ในบริเวณซึ่งห่างไกลจากถิ่นที่อยู่ของมนุษย์

อีกทฤษฎีหนึ่งคือ "ทฤษฎีโฮมินิด" ทฤษฎีนี้อธิบายว่า ไอ้ตีนโตคือต้นตระกูลบรรพบุรุษของมนุษย์ที่เรียกว่าโฮมินิด (hominid) หรือมนุษย์วานรซึ่งแยกสายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ของลิงเอป

จอร์จ คาราส นักวิจัยไอ้ตีนโตอธิบายว่า สิ่งที่ยืนยันได้ว่าไอ้ตีนโตแตกต่างจากลิงเอปก็คือ นิ้วเท้าของลิงเอปจะใหญ่และถ่างออก แต่นิ้วเท้าของไอ้ตีนโตไม่มีลักษณะเช่นนั้น รอยเท้าของไอ้ตีนโตคล้ายกับเท้าของมนุษย์โฮโม อีเรคตัส หรือโฮโม ซาเปียน ส่วนขนก็ไม่เหมือนขนของมนุษย์หรือลิงเอป หรือสัตว์ชนิดใดๆ เลย เขาจึงเชื่อว่าไอ้ตีนโตไม่ใช่มนุษย์แต่ใกล้เคียงมนุษย์มากกว่าสัตว์ชนิดใดๆ ของโลกในปัจจุบัน

ขณะที่นักโบราณคดีบางคนเชื่อว่า ไอ้ตีนโตเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล (Neanderthal) บรรพบุรุษของมนุษย์โฮโม ซาเปียนซึ่งมีชีวิตอยู่ประมาณ 250,000-50,000 ก่อนคริสต์ศักราช

ว่าไปเรื่องราวของไอ้ตีนโตเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ทว่าขณะนี้มันเข้าทำนองเดียวกับเรื่องยูเอฟโอคือยังหาหลักฐานมาพิสูจน์ไม่ได้ คงต้องให้เวลากับนักวิจัยไอ้ตีนโตและทีมค้นหาสักระยะหนึ่ง

รายการบล็อกของฉัน